นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาผลกระทบจากวิกฤตการณ์การสู้รบในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โดยระบุว่า จากการลงพื้นที่ของตนพบว่าปั๊มน้ำมันบางแห่งไม่มีน้ำมันจำหน่ายมาหลายวัน และยังมีการแจ้งข้อมูลว่าปัญหาเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายจาตุรนต์กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะชี้แจงว่ามีน้ำมันสำรองเพิ่มจาก 60 วัน เป็น 90 วัน และ 103 วัน แต่ในความเป็นจริงประชาชนกลับไม่สามารถเข้าถึงน้ำมันได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาการกระจายน้ำมันและการกำกับดูแลที่ต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการทุจริตหรือแสวงหาผลประโยชน์ จากส่วนต่างราคาน้ำมันที่อยู่ประมาณ 20 บาท เนื่องจากมีการอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมัน ทำให้เกิดแรงจูงใจในการกักเก็บน้ำมัน ทั้งนี้ ชี้ว่าการมีน้ำมันสำรองในระบบ แต่ประชาชนไม่มีน้ำมันใช้ เป็นปัญหาเดียวกันที่ต้องเร่งแก้ไข หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี จะไม่สามารถรับมือกับวิกฤตที่รุนแรงกว่านี้ได้
นายจาตุรนต์ระบุว่า วิกฤตที่อาจเกิดขึ้นต่อไปคือราคาน้ำมันและก๊าซที่อาจเพิ่มขึ้นถึง 50% ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น เกิดเงินเฟ้อ และกระทบต่อประชาชน โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า หากราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 10% จะทำให้เงินเฟ้อโลกเพิ่มขึ้น 0.4% และผลผลิตโลกลดลง 0.1-0.2% ซึ่งความรุนแรงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางกว่า 58% นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลต่อการเดินทางและการขนส่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงภาคการท่องเที่ยว โดยตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายการเลิกตรึงราคาน้ำมันของนายกรัฐมนตรีที่ยังไม่มีความชัดเจน พร้อมชี้ว่าทั้งการอุดหนุนต่อเนื่องและการปล่อยตามกลไกตลาดล้วนส่งผลกระทบต่อประชาชน สำหรับแนวทางแก้ไข เห็นว่าต้องดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาว ครอบคลุมช่วง 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี โดยต้องกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน เสริมระบบสำรอง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ลดการพึ่งพาน้ำมันในการขนส่งและการผลิต และเร่งส่งเสริมพลังงานสะอาด ขณะเดียวกัน ระบุว่ากองทุนน้ำมันติดลบจำนวนมาก และรัฐบาลยังต้องดูแลผู้ได้รับผลกระทบในหลายอาชีพ ท่ามกลางข้อจำกัดทางการคลัง จึงจำเป็นต้องมุ่งช่วยเหลือกลุ่มที่เดือดร้อน และส่งเสริมอาชีพที่สร้างรายได้ให้ประชาชนและประเทศ
นายจาตุรนต์ยังเสนอให้ดูแลภาคเกษตรและอาหาร ซึ่งไทยมีศักยภาพเป็นผู้ผลิต รวมถึงธุรกิจด้านสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ และพลังงานสะอาด เพื่อรองรับโอกาสทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โลก ท้ายที่สุด แสดงความหวังว่าการพิจารณาญัตติในสภาจะครอบคลุมทุกประเด็นอย่างจริงจัง และนำข้อเสนอไปสู่การดำเนินการของรัฐบาล โดยย้ำว่ารัฐบาลรักษาการยังสามารถดำเนินมาตรการในภาวะวิกฤตได้ พร้อมตั้งคำถามถึงการสื่อสารข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบ และแนวทางพาประเทศผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง