นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ทั้งผู้ลงทะเบียนรายเก่า รายใหม่ และผู้ที่ระบบแจ้งให้ยืนยันตัวตน (e-KYC) จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนทุกคน โดยสามารถดำเนินการได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือที่หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570
สำหรับผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติที่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้พิการ ซึ่งไม่สามารถเดินทางไปยืนยันตัวตนด้วยตนเองได้ สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ โดยผู้รับมอบอำนาจต้องไปดำเนินการที่หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง 5 แห่งเท่านั้น พร้อมนำเอกสารประกอบ ได้แก่ หนังสือมอบอำนาจ บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงและสำเนาของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ รวมถึงสำเนาบัตรประจำตัวคนพิการหรือใบรับรองแพทย์ (หากมี)
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง อำนวยความสะดวกและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากระบบ โดยกำชับให้คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ และให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทำหน้าที่เป็นที่พึ่งของประชาชน
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลัง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 0-2109-2345 ในวันและเวลาราชการ
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง