นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ แถลงข่าวถึงผลการประชุม กมธ. เพื่อพิจารณาติดตามการสอบข้อเท็จจริงและการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายกรณีเพลิงไหม้ที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูล ว่า จากการประชุมติดตามข้อเท็จจริงและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ กมธ. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ล่าสุดได้รับการชี้แจงจากผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตจตุจักร ว่าผู้อำนวยการเขตจตุจักรคนเดิมถูกสั่งย้ายไปช่วยราชการเป็นการชั่วคราวที่สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อความโปร่งใสและเป็นไปตามระเบียบในการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งทั้งเขต และกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงคู่ขนานกัน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 30 วันนี้ ทั้งนี้ กมธ. ตั้งข้อสังเกตว่าสถานประกอบการอาจมีการดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร ทั้งด้านการขออนุญาตและการต่อเติมอาคาร ซึ่งยังต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการใช้อำนาจตามกฎหมายควบคุมอาคาร สำนักงานเขตจตุจักรได้มีคำสั่งระงับการใช้อาคาร และให้เจ้าของอาคารดำเนินการรื้อถอนภายใน 30 วันแล้ว
นายคงกฤษ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยอดผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติภัยครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตรวม 41 ราย และผู้บาดเจ็บ 53 ราย โดยมีการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นไปแล้ว 56 ราย รวมเป็นยอดเงิน 419,476.50 บาท ซึ่งประกอบด้วย ค่าจัดการศพ ค่ารักษาพยาบาล และเงินปลอบขวัญจาก กทม. รวมถึงเงินชดเชยจากเจ้าของร้านรายละ 10,000 บาท นอกจากนี้ กทม. อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นอีกจำนวน 1,537,000 บาท เพื่อดูแลผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาตัวอยู่ 5 ราย สนับสนุนเงินทุนประกอบอาชีพให้ครอบครัวนักดนตรี 3 ครอบครัว และช่วยค่าจัดการศพผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 29 ราย ส่วนคดีอาญา กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน ได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งต่อไปยังชั้นอัยการแล้ว เบื้องต้นมีการแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของสถานบริการ 1 ราย ซึ่งปัจจุบันได้รับบาดเจ็บสาหัสและยังรักษาตัวอยู่ในขั้นวิกฤต และได้มีการเรียกหุ้นส่วนอีกรายซึ่งเป็นมารดาของเจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในชั้นอัยการ โดยตั้งเป้าที่จะส่งฟ้องคดีอาญาภายในเดือนตุลาคมนี้ก่อนที่จะหมดอายุความ
นายคงกฤษ กล่าวว่า ในส่วนของการเยียวยาตามกรมธรรม์ประกันภัยของสถานประกอบการ เบื้องต้นมีการประเมินวงเงินความเสียหายไว้ไม่เกิน 20 ล้านบาท ขณะที่พนักงานสอบสวนเห็นว่า หากนำวงเงินดังกล่าวมาเฉลี่ยจ่ายแก่ผู้เสียหายทั้งหมด อาจไม่เพียงพอ ญาติผู้เสียหายบางส่วนจึงยังมีความกังวล และอาจใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมผ่านกระบวนการศาล เช่นเดียวกับแนวทางที่เคยเกิดขึ้นในกรณีเพลิงไหม้ซานติก้าผับ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการจึงมีมติขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลสถานบริการทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ทั้งเรื่องเวลาเปิดและปิด การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมเสนอให้เร่งพิจารณาแก้ไขกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการจัดทำประกันภัยที่ครอบคลุมความเสียหายจากอุบัติภัยต่อบุคคลภายนอกที่เข้ามาใช้บริการ เพื่อให้มีกลไกคุ้มครองและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมในอนาคต
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง