27 ส.ค. 69 - กมธ.ปปง. สภาผู้แทนราษฎร พิจารณา 2 เรื่องสำคัญ เสนอ สสว.ทบทวนกระบวนการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินโครงการส่งเสริม SMEs วงเงินกว่า 1 พันล้านบาท เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย พร้อมติดตามคดีประชาชนร้องได้รับความเสียหายจากการลงทุนซื้อทองคำ เตรียมเชิญตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนและสำนักงาน ปปง.ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า

image

        นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ประธานกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมว่าคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินโครงการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และกรณีประชาชนร้องเรียนว่าได้รับความเสียหายจากการลงทุนซื้อทองคำ สำหรับประเด็นแรก เป็นข้อร้องเรียนของมหาวิทยาลัยศิลปากรเกี่ยวกับการไม่ผ่านการคัดเลือกเป็นหน่วยร่วมดำเนินโครงการพัฒนาและส่งเสริม SMEs ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จำนวน 2 โครงการ วงเงินรวม 1,034 ล้านบาท โดยคณะกรรมาธิการจึงเชิญผู้แทน สสว. และมหาวิทยาลัยศิลปากรเข้าชี้แจงข้อมูล ซึ่งภายหลังการพิจารณา คณะกรรมาธิการเสนอให้ สสว.เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยศิลปากรชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณสมบัติภายในระยะเวลาที่เหมาะสม และทบทวนขั้นตอนการพิจารณาเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย พร้อมแนะนำให้มหาวิทยาลัยศิลปากรใช้สิทธิตามกระบวนการทางปกครองต่อไป

        สำหรับประเด็นประเด็นที่สอง นายพิทักษ์เดช เผยว่าเป็นการติดตามธุรกรรมทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน กรณีผู้เสียหายร้องเรียนว่าถูกชักชวนให้ลงทุนซื้อทองคำจากบริษัทหนึ่ง ซึ่งเปิดให้บริการอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า โดยคณะกรรมาธิการเชิญผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตำรวจสอบสวนกลาง สมาคมผู้ค้าทองคำ และผู้เสียหายเข้าร่วมให้ข้อมูล ซึ่งพบว่าปัจจุบันสถานประกอบการดังกล่าวยังเปิดให้บริการตามปกติ จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน โดยจากข้อมูลของผู้เสียหายพบว่า บางรายใช้บัตรเครดิตเป็นวงเงิน 2-3 ล้านบาทเพื่อนำมาลงทุน ขณะที่การส่งมอบผลตอบแทนหรือชำระเงินถูกเลื่อนออกไปตั้งแต่ 10 ถึง 120 วัน และมีการทำสัญญาขยายระยะเวลาเพิ่มเติม ขณะนี้มีผู้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจภูธรเมืองลำพูนแล้วประมาณ 5 คดี และอาจยังมีผู้เสียหายรายอื่นที่ไม่ได้เข้าแจ้งความ โดยคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของสถานีตำรวจภูธรเมืองลำพูน ภายใต้การกำกับดูแลของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน และตั้งเป้าสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการภายในต้นเดือนกันยายน นี้

        ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะเชิญผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง.เข้าร่วมประชุมในสัปดาห์หน้า เพื่อติดตามและเร่งรัดความคืบหน้าของคดี พร้อมขอให้ผู้ได้รับความเสียหายรายอื่นเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้บ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ