นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมนัดพิเศษเพื่อติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี สส.ในพื้นที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคณะกรรมาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยไม่แบ่งแยกฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน คณะกรรมาธิการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 6 แห่งเข้าร่วมประชุม แต่ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ไม่ได้เข้าร่วมเนื่องจากติดภารกิจ
นายมณเฑียร ระบุว่าที่ประชุมสอบถามถึงเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 21-24 สิงหาคม รวมถึงการผ่านด่านตรวจของผู้ก่อเหตุ การตอบสนองของหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ และข้อสงสัยเกี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์ที่ขึ้นบินตรวจการณ์ภายหลังเกิดเหตุ เพื่อประเมินประสิทธิภาพการประสานงานและการบูรณาการของหน่วยงานด้านความมั่นคง
จากข้อมูลของ สส.ในพื้นที่ 14 คน คณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของงานข่าว แม้ประชาชนจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ จึงเห็นว่าควรทบทวนแนวทางแก้ไขปัญหาตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ผ่านมา ซึ่งใช้งบประมาณรวมประมาณ 520,000 ล้านบาท พร้อมเสนอให้เปิดโอกาสแก่ สส.ในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนและรับทราบสภาพปัญหา เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมและกำหนดแนวทางด้านความมั่นคงมากขึ้น
สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา นายมณเฑียร เห็นว่าการใช้มาตรการด้านความมั่นคงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องส่งเสริมการพูดคุยและเจรจาในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้กำกับดูแลสถานการณ์ ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดูแลการประสานความร่วมมือกับต่างประเทศ รวมถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย ส่วนกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์ นายมณเฑียรระบุว่า ตำรวจภูธรภาค 9 ได้เก็บพยานหลักฐานแล้วหนึ่งครั้ง และจะตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ที่มาของกระสุนว่าเกี่ยวข้องกับเฮลิคอปเตอร์ เหตุอาวุธปืนลั่นหรือสาเหตุอื่น โดยเจ้าหน้าที่ขอเวลาอีก 3 วันในการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการเตรียมลงพื้นที่ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์และมาตรการป้องกันเหตุของหน่วยงานต่าง ๆ
ด้าน นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ กรรมาธิการ และ สส.จังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าคณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตร่วมกันถึงประสิทธิภาพของงานข่าวในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา เนื่องจากงบประมาณด้านการข่าวในปี 2569 และ 2570 ไม่ได้ถูกปรับลด แต่ยังเกิดเหตุขึ้นพร้อมกันหลายพื้นที่ จึงควรตรวจสอบว่ากระบวนการข่าวและการนำข้อมูลไปใช้ป้องกันเหตุมีข้อจำกัดในส่วนใด อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย และมีการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ขณะที่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์พบร่องรอยของผู้ก่อเหตุหลายคน รวมถึงการควบคุมตัวยามและเก็บโทรศัพท์มือถือไป เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าได้เก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แล้ว ส่วนกระสุนหนึ่งนัดที่พบติดอยู่กับรถจักรยานยนต์สามารถใช้กับอาวุธปืนเอ็ม 16 หรือเอชเคได้ จึงต้องรอการตรวจพิสูจน์และคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับชนิดกับที่มาของอาวุธ
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวเสนอให้หน่วยงานความมั่นคงเปิดโอกาสแก่ สส.ในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังและให้ข้อมูลมากขึ้น พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาระยะยาวควรใช้การเจรจา ควบคู่กับการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ขอให้หน่วยงานประเมินสถานการณ์และกำหนดพื้นที่ปฏิบัติภารกิจให้มีความปลอดภัย หลังพบการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่รอยต่อจังหวัดสงขลา
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง