นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงแนวทางการป้องกันและรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติว่า ในอดีตพื้นที่จังหวัดสงขลามักประสบปัญหาน้ำท่วมในรอบทุกๆ 10 ปี แต่ในปัจจุบันสถานการณ์แปรปรวนจากสภาวะโลกเดือด ทำให้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและการแจ้งเตือนภัยจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (สพช.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มากยิ่งขึ้น
นายณัฏชนนท์ ได้ยกตัวอย่างสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดที่จังหวัดน่าน ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงถึง 339.6 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง จนมวลน้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนเมือง พร้อมนำมาเปรียบเทียบกับพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเคยเผชิญวิกฤตฝนตกหนักสะสม 7 วัน สูงสุดถึง 630 มิลลิเมตร นับว่าหนักที่สุดในรอบ 30 ปี โดยเพิ่มขึ้นกว่า 200 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น
นายณัฏชนนท์ กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่และสัมผัสประสบการณ์ตรงในพื้นที่ประสบภัย ได้สรุป 8 อุปสรรคหน้างานจริง ที่ทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างยากลำบาก ได้แก่ 1. ความเร็วของมวลน้ำ น้ำมาเร็วเกินกว่าจะระดมกำลังและเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือได้ทันเวลา 2. ศูนย์บัญชาการถูกน้ำท่วม จุดรวมพลหรือสถานที่ราชการ เช่น ที่ว่าการอำเภอ วัด และโรงเรียน กลับกลายเป็นพื้นที่ประสบภัยเสียเอง 3. ระบบไฟฟ้าตัดขาด จำเป็นต้องตัดไฟฟ้าทั้งเมืองเพื่อความปลอดภัย ทำให้ระบบสาธารณูปโภคหยุดชะงัก 4. การสื่อสารล่ม เสาสัญญาณโทรศัพท์ใช้ไฟสำรองได้ไม่เกิน 30 นาที ทำให้ช่องทางติดต่อทั้งโทรศัพท์ ไลน์ (LINE) และเฟซบุ๊ก (Facebook) ถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง 5. ขาดแคลนอุปกรณ์เฉพาะทาง เรือ รถบรรทุกขนาดใหญ่ และอุปกรณ์กู้ชีพมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ 6. วิกฤตเสบียงอาหาร ระบบการขนส่งอาหารสดชะงักลง ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนเสบียงในระดับอำเภออย่างรวดเร็ว 7. สถานีบริการน้ำมันปิดทำการ เมื่อไม่มีไฟฟ้า ปั๊มน้ำมันไม่สามารถจ่ายน้ำมันได้ ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงรถขนส่ง เรือกู้ภัย และเครื่องจักรต่างๆ ที่ต้องใช้น้ำมัน และ 8. โรงพยาบาลขาดแคลนพลังงาน ไฟฟ้าดับและขาดแคลนน้ำมันสำหรับเครื่องปั่นไฟสำรองในสถานพยาบาล
นายณัฏชนนท์ ยังได้ชี้แจงและแก้ข่าวลือเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลา โดยระบุว่าที่มีกระแสข่าวลือว่ามีผู้เสียชีวิตสูงถึง 1,000 คนนั้น ไม่เป็นความจริง ความจริงแล้วเป็นการลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตสะสมจากโรงพยาบาลไปยังตู้เก็บศพ จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่และสงขลาที่แท้จริงอยู่ที่ 145 คน ทั้งนี้ขอเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตระหนักถึงอุปสรรคทั้ง 8 ข้อ เพื่อนำไปปรับปรุงแผนเผชิญเหตุและเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง