27 ส.ค. 69 - กมธ.ปราบทุจริตฯ สภาผู้แทนราษฎร ติดตามข้อกล่าวหาทุจริตการสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น พบ TOR ปี 2568 เพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริตจากฉบับเดิม แต่ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการปฏิบัติของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง และ กสถ. ขณะที่ผู้แจ้งความระบุจ่ายเงินให้นายหน้ากว่า 2 ล้านบาท เพื่อให้บุคคล 5 รายมีชื่อสอบผ่าน ด้าน ปปง.อยู่ระหว่างตรวจสอบธุรกรรม 3 กลุ่ม ส่วน DSI ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีมีเจ้าหน้าที่ถูกพาดพิง

image

     นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งพิจารณาข้อกล่าวหากรณีเจ้าหน้าที่รัฐอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ว่าคณะกรรมาธิการได้เชิญ นายพิบูลย์ แก้วดี ผู้แจ้งความกรณีจ่ายเงินให้นายหน้า ผู้แทนคณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (TOR) ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจสอบสวนกลาง เข้าร่วมให้ข้อมูล

     นายอาสพลธ์ กล่าวว่า TOR การจัดสอบปี 2568 แตกต่างจาก TOR ปี 2566 และฉบับที่ใช้ในปี 2564 ปี 2562 และปี 2560 โดยนำแนวทางจัดสอบของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และรายงานการสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทยมาใช้ประกอบ พร้อมเพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริต รวมถึงกำหนดให้เก็บรักษาเอกสารหลักฐานเป็นเวลา 1 ปี ขณะที่ TOR เดิมไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ ส่งผลให้เอกสารการจัดสอบบางรายการตั้งแต่ปี 2560 ไม่สามารถค้นหาได้ และแม้ TOR ฉบับใหม่จะเพิ่มมาตรการป้องกัน แต่คณะกรรมาธิการยังตั้งข้อสังเกตถึงขั้นตอนการปฏิบัติของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้าง รวมถึงคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) โดยเฉพาะการรับมอบแฟลชไดรฟ์ ซึ่งประธาน กสถ.ได้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้รับ แต่มีการมอบหมายต่อให้บุคคลอื่น และไม่มีการตรวจสอบว่าข้อมูลภายในครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ 

     นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการเสนอรายชื่อผู้สอบผ่านต่อ กสถ. เนื่องจากไม่มีการสุ่มตรวจรายชื่อหรือคะแนน และเสนอให้รับรองเฉพาะจำนวนผู้สอบผ่านโดยไม่ได้บรรจุเป็นวาระพิจารณา คณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าควรตรวจสอบขั้นตอนดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาว่ามีข้อบกพร่องหรือเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในการสอบหรือไม่

     ด้าน นายพิบูลย์ ให้ข้อมูลว่าได้แจ้งความกรณีจ่ายเงินให้นายหน้าในจังหวัดศรีสะเกษกว่า 2 ล้านบาท โดยอ้างว่ามีข้อตกลงให้บุคคล 5 รายมีชื่อสอบผ่าน แต่เมื่อประกาศผลกลับไม่พบรายชื่อบุคคลดังกล่าว พร้อมระบุถึงเหตุที่ตัดสินใจจ่ายเงิน เนื่องจากการสอบก่อนหน้านี้เคยพบผู้ที่จ่ายเงินแล้วมีชื่อสอบผ่าน จึงขอให้ตรวจสอบว่าความผิดปกติอาจเกิดขึ้นมาตั้งแต่การสอบในอดีตหรือไม่

                  ขณะที่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นชี้แจงต่อกรรมาธิการ ว่าภายหลังคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 8/2560 มีการจัดสอบในปี 2560 โดยมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้รับจ้าง ปี 2562 โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปี 2564 โดยมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งทั้ง 3 ครั้งใช้วิธีคัดเลือก แตกต่างจากการจัดสอบปี 2568 ที่ใช้ระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding ส่วนสำนักงาน ปปง.รายงานว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน 3 กลุ่ม ได้แก่ รายชื่อที่สำนักงาน ป.ป.ช.ทยอยส่งให้ตรวจสอบ รายชื่อ 5,925 ราย ที่ได้รับจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และรายชื่อจากคณะทำงานของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งพบข้อมูลการชำระค่าสมัครสอบแทนบุคคลอื่นจำนวนมากผ่านธนาคารกรุงไทย ด้านผู้แทน DSI ชี้แจงกรณีมีเจ้าหน้าที่ของกรมหนึ่งรายถูกพาดพิงว่ารับเงินจากนายหน้าในจังหวัดศรีสะเกษ ว่าอธิบดี DSI ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมขยายผลไปยังบุคคลที่อาจเกี่ยวข้อง หากพบพยานหลักฐานว่ามีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ