นางสาวรักชนก ศรีนอก ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง แถลงผลการติดตามเงินเยียวยากรณีสถานีบริการน้ำมันในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับความเสียหายจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
นางสาวรักชนก กล่าวว่าคณะกรรมาธิการเชิญผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำนักงาน ปภ.จังหวัดศรีสะเกษ และสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าชี้แจง โดยได้รับข้อมูลว่าระเบียบกระทรวงการคลังที่ใช้อยู่รองรับการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ยังไม่ครอบคลุมความเสียหายต่อทรัพย์สินในลักษณะดังกล่าว ขณะที่กองทุนภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีและกลไกของ ปภ.จังหวัดยังไม่มีหลักเกณฑ์รองรับ ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเหตุการณ์นี้เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นความเสียหายที่เกิดจากเหตุปะทะบริเวณชายแดน พร้อมขอให้ผู้บริหารและรัฐมนตรีที่เคยระบุว่าจะให้ความช่วยเหลือเร่งติดตามดำเนินการ รวมถึงพิจารณาปรับหลักเกณฑ์ เพื่อรองรับกรณีลักษณะเดียวกันและให้ความช่วยเหลือสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
ด้าน นายวสวรรธน์ กล่าวว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่ผู้ได้รับผลกระทบยังไม่ได้รับเงินเยียวยา โดย ปภ.ชี้แจงว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ ขณะที่ผู้ประกอบการยังไม่ได้รับคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ จึงจะหารือกับคณะกรรมาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาช่องทางช่วยเหลือ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการแก้ไขกฎระเบียบของกรมบัญชีกลางให้รองรับความเสียหายประเภทนี้
ขณะที่ นางกมลรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท.บ้านผือ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมาก กล่าวว่าได้รับแจ้งว่าความเสียหายจากเหตุระเบิดข้ามแดนไม่อยู่ในความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย ขณะที่บริษัทเอกชนซึ่งเป็นคู่ค้าได้เข้ามาช่วยเหลือด้านโครงสร้างของสถานีบริการน้ำมันและสินค้าในร้านสะดวกซื้อ แต่ยังไม่ครอบคลุมความเสียหายในพื้นที่ส่วนอื่น จึงขอให้ภาครัฐพิจารณาจ่ายเงินเยียวยา ชี้แจงผลการพิจารณาเป็นลายลักษณ์อักษร และกำหนดแนวทางประกันภัยสำหรับความเสียหายจากสงครามหรือเหตุความขัดแย้ง เพื่อใช้เป็นแนวทางรองรับกรณีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง