นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล พร้อมด้วย นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน และ นายณัฐชาติ วงศ์ประเสริฐ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญัญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แถลงผลการประชุมนัดสุดท้ายของการทำงานรวม 35 วัน คณะกรรมาธิการฯได้พิจารณาครบทุกมาตรา โดยเป็นการพิจารณางบกลาง 12 รายการ 3 แผนบูรณาการ หน่วยรับงบประมาณ 3,280 หน่วยงาน และ 35 กองทุน คิดเป็นวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 3,788,000 ล้านบาท โดยมีการปรับลดงบประมาณรวมทั้งสิ้น 11,162 ล้านบาท
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้สรุปข้อสังเกตสำคัญเพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ และเพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำงบประมาณในปีงบประมาณต่อไป โดยมี 4 ประเด็นสำคัญ คือ การเสนอให้รัฐบาลจัดกระบวนการรับฟังความเห็นของประชาชนก่อนการจัดทำงบประมาณให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการงบประมาณ โดยนำความเห็นมากำหนดทิศทางและกรอบวงเงินเบื้องต้นก่อนจัดทำคำของบประมาณ เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของโครงการได้อย่างชัดเจน รวมถึงขอให้สำนักงบประมาณเปิดเผยข้อมูลวงเงินที่คาดว่าจะจัดสรรในแต่ละด้านเพิ่มเติม การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมตั้งเป้าลดภาระงานและกำลังคน เพื่อลดภาระงบประมาณ
นอกจากนี้ทุกหน่วยงานควรบูรณาการฐานข้อมูล โดยควรกำหนดแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ลดภาระของการจัดหาและจัดเก็บข้อมูล รวมถึงลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล การทบทวนภารกิจและโครงสร้าง โดยเสนอให้รัฐบาลทบทวนความจำเป็น ความคุ้มค่า และบทบาทภารกิจของหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่สนับสนุนนโยบายหรือขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามที่รัฐบาลมอบหมาย และพิจารณาปรับโครงสร้าง ควบรวม หรือยุบเลิกหน่วยงานตามความเหมาะสม และการเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม การเข้าเป็นสมาชิก OECD จะมีความสำคัญต่อการยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่ OECD ให้ความสำคัญคือการปฏิรูปกฎหมาย จึงต้องพิจารณาทบทวนปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย หรือส่งผลให้เกิดขั้นตอนที่มากเกินความจำเป็นเพื่อลดความซ้ำซ้อน และเอื้อให้เกิดความสะดวกทั้งกับหน่วยงานของรัฐ ประชาชนและภาคเอกชนในการดำเนินการต่างๆ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สำหรับขั้นตอนต่อไปภายหลังพิจารณาในชั้นกรรมาธิการฯ เสร็จสิ้นแล้ว คณะกรรมาธิการฯจะรวบรวมรายงานเพื่อเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรสำหรับการพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ในช่วงวันที่ 7-9 กันยายน นี้ ส่วนกรอบเวลาอภิปรายคาดว่าจะมีการนัดหารือกับฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้า โดยการอภิปรายจะเป็นการพิจารณารายมาตราตามสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ คณะกรรมาธิการฯ ยืนยันว่าเงินงบประมาณที่ผ่านการพิจารณาจะมุ่งเน้นความคุ้มค่าและตอบโจทย์การพัฒนาประเทศสูงสุด
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง