8 ก.ย. 69 - รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เปิดเผยสาระร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป ก่อนเสนอ ครม. พิจารณา มุ่งลดข้อจำกัดด้านกฎหมายและการระดมทุน กำหนดให้ NIA เป็นหน่วยงานหลักดูแลระบบนิเวศสตาร์ตอัป พร้อมเสนอให้สิทธิประโยชน์แก่ธุรกิจที่ผ่านการรับรอง 5 ปี และอาจขยายเป็น 10 ปีสำหรับกลุ่มเทคโนโลยีเชิงลึก

image

    ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว. อว.) เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ว่ากระทรวง อว. เตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป (STARTUP ACT) ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาเห็นชอบหลักการ โดยมีเป้าหมายลดข้อจำกัดทางกฎหมายและส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อให้สตาร์ตอัปไทยสามารถระดมทุนและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการยกร่างโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อปรับปรุงข้อจำกัดของกฎหมายที่ยังไม่รองรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจและการระดมทุนของสตาร์ตอัป รวมถึงลดช่องว่างด้านแหล่งเงินทุนและเพิ่มแรงจูงใจให้เงินทุนหมุนเวียนอยู่ในประเทศ หากคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ จะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

     ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างกฎหมายกำหนดให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการและทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ทั้งด้านการรับรอง การสนับสนุน และการประสานงาน พร้อมเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนาธุรกิจสตาร์ตอัปให้สอดคล้องกับนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ร่างกฎหมายยังเสนอให้ธุรกิจสตาร์ตอัปที่ผ่านการรับรองได้รับสิทธิและประโยชน์เป็นเวลา 5 ปี ขณะที่ธุรกิจเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ Deep Tech คณะกรรมการอาจพิจารณาขยายระยะเวลาให้รวมแล้วไม่เกิน 10 ปี ตลอดจนเสนอให้รองรับเครื่องมือระดมทุนรูปแบบใหม่ เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ การให้บริษัทจำกัดถือหุ้นของตนเองเพื่อนำไปจัดสรรเป็นหุ้นจูงใจแก่พนักงานหรือกรรมการ และการแปลงหนี้เป็นทุนจดทะเบียน

     ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่าหากร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบและมีผลบังคับใช้ NIA จะทำหน้าที่บูรณาการความร่วมมือระหว่างสตาร์ตอัปกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และแหล่งเงินทุน รวมถึงรับและตรวจสอบคำขอรับรอง ประกาศรายชื่อธุรกิจที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ และจัดทำข้อมูลกลางเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนและแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังเสนอแนวทางสนับสนุนด้านภาษี การดึงดูดผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรทักษะสูงจากต่างประเทศ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย ตลอดจนการเพิ่มโอกาสให้สตาร์ตอัปเข้าถึงตลาดและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ