คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา นำโดย นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการฯ ร่วมกันแถลงข่าวถึงการเตรียมความพร้อมรองรับโครงการศูนย์ข้อมูลดิจิทัล (Data Center) ในประเทศไทย
นายพรเพิ่ม กล่าาว่า ปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ การบริการ หรือแม้แต่การทหาร ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นต้องมี Data Center เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ
สำหรับกระแสข่าวและข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ Data Center นั้น นายพรเพิ่ม กล่าวว่าข้อมูลบางส่วนมีความถูกต้อง แต่บางส่วนก็อาจจะคลาดเคลื่อน ความจริงแล้ว Data Center เป็นกิจการที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำเป็นจำนวนมากจริง รวมถึงอาจสร้างปัญหาเรื่องเสียงดังและความสั่นสะเทือน อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้ล้วนมีทางออกและเทคโนโลยีรองรับ เช่น การจัดเตรียมระบบไฟฟ้าสำรองและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือการออกกฎหมายและข้อบังคับเพื่อกำกับดูแลอย่างรอบคอบและถ้วนถี่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ในฐานะที่เคยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ จึงขอยืนยันเพื่อความมั่นใจแก่ประชาชนว่า ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกกับกระแสข่าวดังกล่าว แต่ต้องเน้นการศึกษาและทำความเข้าใจอย่างรอบด้านว่า Data Center คืออะไร และมีประโยชน์ต่อประเทศอย่างไร
นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า จากข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พบว่า ในช่วงปี 2567–2569 มีโครงการ Data Center ยื่นขอรับการส่งเสริมรวม 42 โครงการ คิดเป็นกำลังการใช้ไฟฟ้า ประมาณ 3,400 เมกะวัตต์ มูลค่าเงินลงทุนสูงถึง 750,000 ล้านบาท หากเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงทั้งปี จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเกือบ 30,000 ล้านหน่วยต่อปี ซึ่งปริ่มกับกำลังการผลิตไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน และจำเป็นต้องลงทุนขยายกำลังการผลิตเพิ่ม ซึ่งตัวเลขความต้องการดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ระบบผลิตไฟฟ้าเดิม และช่วยเฉลี่ยให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าของประเทศลดลงได้ หากมีการบริหารจัดการที่ดี
นายเกียรติชาย กล่าวว่า คณะกรรมาธิการได้ยื่น 3 ข้อเสนอสำคัญต่อรัฐบาล ประกอบด้วย 1.เร่งเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าเสรี ใช้ความต้องการไฟจาก Data Center เป็นตัวเร่งขับเคลื่อนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างเอกชน 2.กำหนดค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานตามพื้นที่ สำหรับพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสูง และ 3.กระจายการจัดตั้ง Data Center ออกสู่ภูมิภาค
นายเกียรติชาย กล่าวว่า การเข้ามาของ Data Center จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ไทยปรับสัดส่วนพลังงานสะอาดไปสู่เป้าหมาย Net Zero ที่ 65% ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อศักยภาพการส่งออกของประเทศ ซึ่งรัฐบาลต้องบริหารจัดการโดยนำต้นทุนการจัดหาพลังงานไปเก็บจากผู้ประกอบการ Data Center และนำส่วนต่างมาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนทั่วไป ซึ่งทาง กมธ.พลังงาน เตรียมนำข้อเสนอดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกำกับดูแลชุดใหม่ต่อไป
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง