9 ก.ย.69 - ประธาน กมธ.คมนาคม สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือร้องเรียนจากภาคผู้ประกอบการขนส่ง สะท้อนปัญหา “ค้าสำนวน” ในคดีรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมเตรียมประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนตรวจสอบให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเป็นธรรมและแก้ปัญหาส่วยในวงการรถบรรทุก

image

       นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือร้องเรียนจาก ดร.ทองอยู่  คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และนายศิริชัย ศรีเจริญศิลป์ นายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย   กรณีปัญหา“ค้าสำนวน”ในวงการรถบรรทุก โดยเฉพาะคดีบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งมีทั้งกรณีผู้ประกอบการจงใจบรรทุกเกิน และกรณีที่น้ำหนักเกินจากความคลาดเคลื่อนของตาชั่งหรือปัจจัยอื่นเพียงเล็กน้อย

       นายศุภณัฐ ระบุว่า เมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน คดีจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวน แต่เนื่องจากความผิดมีโทษทั้งจำคุกและปรับ จึงอาจเกิดช่องว่างให้มีการ “ค้าสำนวน” หรือเรียกรับผลประโยชน์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ

       ด้าน ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ กล่าวว่า ปัญหาส่วยในวงการรถบรรทุกมีมานานกว่า 30 ปี แม้จะมีการปราบปรามเป็นระยะ แต่ปัญหายังกลับมาในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งสติ๊กเกอร์ นามบัตร หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงว่ารถผ่านการเคลียร์มาแล้ว พร้อมระบุว่า ปัจจุบันไม่ได้มีเพียงปัญหา “ส่วยรถบรรทุก” แต่ยังมีประเด็น “ค้าสำนวน” ในขั้นตอนสอบสวน ซึ่งอาจกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ และเชื่อมโยงไปถึงปัญหาถนนชำรุดและอุบัติเหตุจากรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

        ขณะที่ นายกสมาคมขนส่งทางบกฯ ระบุว่า กลุ่มผู้ประกอบการต้องการให้กำหนดกรอบและขั้นตอนการสอบสวนเบื้องต้นอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการเรียกรับผลประโยชน์ และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการขนส่ง

       นายศุภณัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในประเด็นที่พบคือกรณีเจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ขับรถเป็นเพียงผู้เช่ารถ เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงการริบรถ โดยอาจมีการจัดทำสัญญาเช่าขึ้นมา ทั้งที่ข้อเท็จจริงผู้ขับอาจเป็นลูกจ้างของบริษัทเจ้าของรถ ดังนั้นจึงเสนอให้มีการตรวจสอบข้อมูลประกอบสำนวน เช่น สถานะประกันสังคม เส้นทางการเงิน การจ่ายค่าเช่า และเงินมัดจำ เพื่อพิสูจน์ว่ามีการเช่ารถจริงหรือไม่ ก่อนจัดทำสำนวนในลักษณะดังกล่าว

        ทั้งนี้ กมธ.คมนาคม จะนำข้อเสนอของภาคขนส่งไปประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการตรวจสอบที่ชัดเจน หวังแก้ปัญหาส่วย-ค้าสำนวนและลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ไม่ได้มีเจตนาบรรทุกน้ำหนักเกินต่อไป

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ