การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 วันที่ 3 มีสมาชิกจากหลายพรรคการเมืองสลับกันอภิปรายและตั้งข้อสังเกตต่อการจัดสรรงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วยนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ผลัดเปลี่ยนทำหน้าที่ประธานการประชุม
หนึ่งในมาตราที่มีการอภิปรายจำนวนมาก คือ มาตรา 20 งบประมาณกระทรวงมหาดไทย โดยนางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สส.จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติงบกลาง เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เพื่อก่อสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัยในจังหวัดสุรินทร์เพิ่ม 230 แห่ง พร้อมชื่นชมรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน และยังกล่าวถึงงบกรมการปกครองกว่า 11,390 ล้านบาท ซึ่งถูกปรับลด 3 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการรักษาความสงบเรียบร้อยและการป้องกันตนเองของประชาชนในหมู่บ้านจังหวัดชายแดนภาคใต้ วงเงิน 427 ล้านบาท สำหรับสนับสนุนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) 1,980 หมู่บ้าน โดยเห็นว่างบดังกล่าวมีความจำเป็น พร้อมเสนอให้พิจารณาเพิ่มงบสนับสนุนหรือค่าตอบแทนแก่ ชรบ. ในพื้นที่ชายแดนอีสานใต้ หลังเกิดเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา โดยอาจกำหนดตามระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ ย้ำว่าเป้าหมายสำคัญควรเป็นการเร่งยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธี
นายสุไลมาน บือแนปีแน สส.จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ อภิปรายเสนอปรับลดงบกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 0.5 โดยเห็นว่าการปรับลดงบกว่า 900 ล้านบาทของคณะกรรมาธิการฯ มีความใกล้เคียงกับแนวทางที่เสนอ เพื่อให้ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและนำงบไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมสนับสนุนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และเห็นว่าการจัดสรรงบควรยึดความต้องการและลำดับความสำคัญของประชาชนเป็นหลัก ขณะเดียวกันตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบอุดหนุนเฉพาะกิจให้ อบต. ซึ่งบางแห่งเสนอหลายโครงการ แต่ได้รับงบเพียงประมาณ 1 โครงการจึงขอให้กำหนดหลักเกณฑ์การเสนอและจัดลำดับโครงการให้ชัดเจน ส่วนกรมโยธาธิการและผังเมือง เห็นว่ามีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาน้ำท่วมและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงควรสนับสนุนงบโครงการป้องกันตลิ่ง ระบบระบายน้ำ และการแก้ปัญหาน้ำท่วม ย้ำว่าการปรับลดงบต้องรอบคอบ ไม่ให้กระทบโครงการสาธารณูปโภคที่จำเป็น เช่น ไฟฟ้าส่องสว่าง ถนน และประปา
ขณะที่นางสาววรรณิดา นพสิทธิ์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตโครงการปรับปรุงระบบดับเพลิงในห้องคอมพิวเตอร์ 77 แห่ง วงเงิน 129 ล้านบาท โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของงบประมาณ เนื่องจากจัดซื้อแบบเหมาจ่าย แต่กำหนดราคากลางเท่ากันทุกแห่ง ทั้งที่มีความต้องการใช้อุปกรณ์แตกต่างกัน พร้อมตั้งคำถามว่ามีการสำรวจพื้นที่จริงครบทั้ง 77 แห่งก่อนเสนอของบประมาณหรือไม่ และเสนอให้ตัดงบโครงการดังกล่าว โดยย้ำว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มค่า
ด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.จังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญฯ ชี้แจงว่า คณะกรรมาธิการพิจารณางบกระทรวงมหาดไทยโดยยึดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดของประชาชน สำหรับงบรายการบัญชีนวัตกรรมประเภทโคมไฟส่องสว่างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) 4,093 แห่ง เสนอของบรวม 32,904 ล้านบาท แต่ได้รับอนุมัติ 329 รายการ วงเงิน 2,371 ล้านบาท หรือร้อยละ 7 โดยเห็นว่าการติดตั้งโคมไฟไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทุกพื้นที่ แต่ควรพิจารณาตามความจำเป็น บริบทพื้นที่ และความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ขณะเดียวกัน ตั้งข้อสังเกตโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก กิจกรรมโอทอปและนวัตวิถี รวมถึงงบฝึกอบรมกว่า 900 ล้านบาท และโครงการเศรษฐกิจฐานราก 1,200 ล้านบาท โดยเสนอให้ปรับตัวชี้วัดโครงการโอทอปให้สะท้อนผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม พร้อมรับข้อเสนอของนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตประธานรัฐสภา ที่ขอให้หน่วยรับงบประมาณใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและตรงตามวัตถุประสงค์
นางสาวรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายมาตรา 21 งบกระทรวงยุติธรรม ตั้งข้อสังเกตโครงการก่อสร้างอาคารเก็บรักษาทรัพย์สินคดียาเสพติดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) 2 แห่ง ในจังหวัดขอนแก่นและสมุทรสาคร หลังพบมีผู้เสนอราคาเพียงรายเดียวและเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางเพียง 3,000 บาท จึงขอให้ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมเสนอให้พิจารณาความจำเป็นของโครงการและจัดลำดับงบประมาณไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การบำบัดฟื้นฟู และการคืนคนดีสู่สังคม
ทั้งนี้ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยายเวลาการประชุมไปถึงวันที่ 10 กันยายน 2569 จากเดิมที่กำหนดให้พิจารณาแล้วเสร็จในวันที่ 9 กันยายน เนื่องจากยังมีสมาชิกประสงค์อภิปรายอีกจำนวนมาก
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง