นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการตรวจสอบคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น หลังฝ่ายค้านแสดงความกังวลว่าอาจมีการตัดตอน โดยระบุว่าต้องถามว่าความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นจากตรงไหน เพราะสิ่งที่ตนย้ำมาตลอดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ คือ จะดำเนินการอย่างถึงที่สุดกับทุกคนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ซึ่งจากข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าว กรณีในจังหวัดนครศรีธรรมราช พบผู้เข้าสอบ 2 ราย ที่มีความใกล้ชิดหรือมีนามสกุลเดียวกับข้าราชการระดับสูง และพบว่ามีการแก้ไขคะแนน โดยก่อนหน้านี้ได้ย้ำว่าจะดำเนินการกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่เปิดเผยรายชื่อว่ามีใครบ้างที่มีการแก้ไขคะแนน ซึ่งก็คือคณะตรวจสอบที่กระทรวงฯ ตั้งขึ้นมา ดังนั้น จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใคร ใช้นามสกุลอะไร หรือมีความเกี่ยวข้องกับใครก็ตาม ตนไม่ได้คำนึงถึงเรื่องดังกล่าว เพราะหากพบว่ามีความผิด ต้องดำเนินการทั้งหมด
ส่วนกรณีที่มีการเปิดเผยรายชื่อกว่า 10 ราย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับโควตาเด็กนายที่ไม่ได้เข้าสอบ แต่กลับมีรายชื่อได้รับการบรรจุ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นข้อมูลที่มีการเปิดเผยดังกล่าว จึงอาจต้องขอกลับไปตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นที่ทราบกันว่าเกิดจากการแก้ไขคะแนน โดยมีผู้ที่เดิมได้คะแนนน้อย แต่ภายหลังพบความผิดปกติ ซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่หากพบว่ามีการแก้ไขคะแนนจริง ถือเป็นการผิดหลักการอย่างชัดเจน และขณะนี้ได้มีการตรวจพบและเปิดเผยรายชื่อออกมาแล้วเกือบ 6,000 ราย ขั้นตอนปัจจุบัน คือ ถอดถอนคนที่คะแนนมีความผิดปกติออกมาแล้ว หลังจากนี้จะดำเนินการเรื่องการเรียกใช้บัญชีต่อ คือ บรรจุคนที่รอบรรจุกลับไปให้เร็วที่สุด เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับคนที่สอบได้ด้วยความสุจริต ซึ่งถูกคนที่แก้คะแนนแซงคิวไป
ส่วนการเยียวยากลุ่มผู้สอบที่ได้รับผลกระทบนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือ ผู้ที่สอบได้ด้วยความสามารถของตนเองและได้รับการบรรจุไปแล้ว ซึ่งคนกลุ่มนี้ได้ประสานมายังคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจว่า จริงๆ แล้วพวกเขาก็เสียสิทธิ์บางส่วนเช่นเดียวกัน เพราะหากไม่มีคนที่ทุจริตแก้ไขคะแนนเข้ามาแทรกหรือแซงคิว พวกเขาก็น่าจะได้อยู่ในพื้นที่ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใกล้บ้าน ใกล้พ่อแม่ หรือสามารถดูแลครอบครัวได้ กลุ่มดังกล่าวจึงได้ประสานมายังคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้พิจารณาเรื่องการเลือกพื้นที่ใหม่ หรือการปรับเรื่องการโอนย้ายก่อน ในส่วนของตำแหน่งที่มีการถอนผู้ที่กระทำผิดออกไป โดยมองว่าเป็นสิทธิของผู้ที่สอบได้โดยสุจริต
ส่วนกลุ่มที่ 2 คือ ผู้ที่กำลังรอการเรียกบรรจุ ซึ่งอยู่ในรอบที่ 4 โดยขณะนี้กำลังพิจารณาแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อเยียวยากลุ่มผู้บริสุทธิ์ทั้ง 2 กลุ่มให้เกิดผลและสร้างความพึงพอใจแก่ทุกฝ่ายมากที่สุด โดยไม่ให้เกิดผลกระทบหรือสร้างความเสียหายซึ่งกันและกัน
สำหรับกรอบแนวทางการเยียวยาจะมีความชัดเจนเมื่อใด นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจะต้องให้ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) หรือ ก.กลาง เป็นผู้พิจารณา ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุม ในวันที่ 17 กันยายนนี้ โดยแม้จะมีหลายเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม แต่เรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในวาระที่จะนำไปพิจารณาด้วย
นายวรศิษฎ์ ยืนยันว่า ไม่ว่าบุคคลที่เข้ามามีส่วนร่วมในการทุจริตจะเป็นใคร จะไม่มีการละเว้น โดยข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ได้ส่งต่อให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินการต่อ ได้แก่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตำรวจ เรียบร้อยแล้ว ใครทำก็ต้องรับ เป็นเรื่องของบุคคลแต่ละคนที่ต้องรับผิดชอบ
ส่วนข้อสังเกตว่าท้ายที่สุดแล้วอาจไม่มีหลักฐานว่าการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงมากกว่า และไม่ควรนำความรู้สึกมาใช้เป็นตัวตัดสิน สิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้คือข้อเท็จจริง โดยมั่นใจว่า ป.ป.ช. จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา เช่นเดียวกับทีมตรวจสอบของกระทรวงฯ รวมถึงคณะของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ดำเนินการโดยยึดข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า หากมีการกล่าวหาว่ามีการปกป้องหรือกันบุคคลบางคนออกจากการตรวจสอบ ตนมองว่าคงไม่ปรากฏรายชื่อผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนและมีนามสกุลเดียวกับผู้ใหญ่หรือข้าราชการระดับสูงออกมา ดังนั้น การดำเนินการทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา
ทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่าใครเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนอย่างไร โดยต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี ไม่สามารถเหมารวมทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องกันได้ เพราะการที่บุคคลหนึ่งรู้จักหรือมีความสัมพันธ์กับอีกบุคคลหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะต้องมีความผิดด้วย
นายวรศิษฎ์ ยังยกตัวอย่างว่า ปัจจุบันพรรคการเมืองบางพรรคมีการเรียกบุคคลไปชี้แจงกรณีเกี่ยวกับนอมินี หรือมีข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกง Forex ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ต้องตรวจสอบว่าบุคคลนั้นกระทำความผิดจริงหรือไม่ ไม่ได้หมายความว่าสมาชิกทุกคนในพรรคจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน
ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง