กมธ.การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือตัวแทนแรงงานเมียนมา ขอแก้ปัญหาค่าหัวคิว-ทบทวนศูนย์ CI

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย

7 ต.ค. 2569 15:59 น.4 ครั้ง
แชร์LINE
กมธ.การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือตัวแทนแรงงานเมียนมา ขอแก้ปัญหาค่าหัวคิว-ทบทวนศูนย์ CI

7 ต.ค. 69 - กมธ.การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากตัวแทนแรงงานเมียนมา ขอให้ติดตามปัญหาการเรียกเก็บค่าหัวคิวโดยนายหน้า พร้อมเสนอให้ยกเลิกศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) และใช้บัตรสีชมพูเป็นเอกสารหลักแทน ด้าน สส.สหัสวัต กมธ. เห็นว่าระบบขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติยังมีความซับซ้อนและไม่ชัดเจน เรียกร้องรัฐบาลทบทวนมาตรการเพื่อให้แรงงานเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องมากขึ้น

นายสหัสวัต คุ้มคง กรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก นายวิรุฬห์ แสงทอง ตัวแทนแรงงานเมียนมาในประเทศไทย ขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาการเรียกเก็บค่าหัวคิวจากแรงงาน และทบทวนการดำเนินงานของศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) ของทางการเมียนมาซึ่ง นายวิรุฬห์ ผู้ร้องเรียนกล่าวว่า วันที่ 7 ตุลาคม เป็นวันงานที่มีคุณค่าโลก (World Day for Decent Work) แต่แรงงานเมียนมาในประเทศไทยยังประสบอุปสรรคในการเข้าสู่ระบบการจ้างงาน โดยเฉพาะการเรียกเก็บเงินจากนายหน้า ตั้งแต่ประมาณ 5,000 บาท จนถึงมากกว่า 10,000 บาท พร้อมยกกรณีแรงงานในจังหวัดชลบุรีกว่า 10 คน ซึ่งระบุว่าถูกเรียกเก็บเงินรายละประมาณ 5,500-8,000 บาท และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการกับสถานีตำรวจภูธรบ้านบึง
ตัวแทนแรงงานเมียนมา เสนอข้อเรียกร้อง 2 ประเด็นให้กรรมาธิการช่วยพิจารณา ด้วยการขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาการเรียกเก็บค่าหัวคิวโดยนายหน้า และทบทวนหรือยกเลิกศูนย์ CI โดยเสนอให้ใช้บัตรสีชมพูเป็นเอกสารหลักแทน พร้อมขอให้คณะกรรมาธิการติดตามปัญหาที่เกี่ยวข้องกับนายหน้า การเข้าถึงสิทธิประกันสังคม และข้อร้องเรียนด้านการคุ้มครองแรงงาน
ด้าน นายสหัสวัต กล่าวว่าปัญหาการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะแรงงานเมียนมา เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเรียกเก็บเงินผ่านนายหน้าทำให้ต้นทุนการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น และอาจมีการผลักภาระค่าใช้จ่ายไปยังแรงงาน จึงเห็นว่ารัฐบาลควรตรวจสอบข้อร้องเรียนและทบทวนความจำเป็น ตลอดจนรูปแบบการดำเนินงานของศูนย์ CI ให้เหมาะสม ขณะเดียวกันเห็นว่าศูนย์ CI เป็นศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคลของทางการเมียนมาที่เข้ามาดำเนินงานในประเทศไทย รัฐบาลไทยจึงควรทำให้หลักเกณฑ์ ค่าใช้จ่าย และสถานะของแรงงานมีความชัดเจน รวมทั้งตรวจสอบข้อกังวลเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินหรือภาษี เพื่อไม่ให้แรงงานต้องรับภาระซ้ำซ้อน พร้อมเสนอให้ปรับระบบขึ้นทะเบียนให้แรงงานเมียนมาสามารถเข้าสู่ระบบอย่างถูกกฎหมาย โดยได้รับสิทธิและความคุ้มครองตามกฎหมายไทย

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง