สส.ชลบุรี จี้ ตร. สอบเส้นทางเงิน-คริปโต ปมชาวจีนปล้นชาวจีน เสียหาย 30 ล้านบาท

ทัดดาว ทองอิ่ม

7 ต.ค. 2569 19:41 น.3 ครั้ง
แชร์LINE
สส.ชลบุรี จี้ ตร. สอบเส้นทางเงิน-คริปโต ปมชาวจีนปล้นชาวจีน เสียหาย 30 ล้านบาท

7 ต.ค. 69 - สส.ชลบุรี พรรคประชาชน จี้ ตร. สอบเส้นทางเงิน-คริปโต ปมชาวจีนปล้นชาวจีน เสียหาย 30 ล้านบาท หวั่นเชื่อมโยงความผิดมูลฐานอื่น

นายยอดชาย พึ่งพร สส.จังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน แถลงเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) เร่งตรวจสอบกรณีเหตุอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับชาวจีน ซึ่งมีการบังคับให้โอนทรัพย์สินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 30 ล้านบาท โดยเห็นว่าไม่ควรถูกมองเป็นเพียงคดีปล้นทรัพย์ทั่วไป เนื่องจากยังมีประเด็นที่สังคมต้องการคำตอบ ทั้งเส้นทางการเงิน แหล่งที่มาของเงิน ความเชื่อมโยงของบุคคล และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

นายยอดชาย กล่าวว่า ในฐานะผู้แทนประชาชนในพื้นที่เมืองพัทยาและเทศบาลเมืองหนองปรือ จังหวัดชลบุรี ขอให้ตำรวจเร่งตรวจสอบอย่างรอบด้าน ทั้งผู้ก่อเหตุ ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นชาวจีนด้วยกัน รวมถึงบุคคลและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลักว่าทุกฝ่ายต้องได้รับความเป็นธรรม และข้อสงสัยต่าง ๆ ต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐาน นอกจากนี้ ยังขอให้สื่อมวลชนติดตามคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีความเชื่อมโยงกับการกระทำผิดกฎหมายอื่นในประเทศไทย โดยเฉพาะกรณีเจ้าของทรัพย์สินซึ่งเป็นชาวจีน ควรตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรมว่าเข้ามาพำนักหรือประกอบธุรกิจในประเทศไทยด้วยสถานะใด มีธุรกิจอะไร แหล่งที่มาของเงินเป็นอย่างไร และมีความเชื่อมโยงกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นหรือไม่

นายยอดชาย ยังเสนอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เส้นทางคริปโทเคอร์เรนซี ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การใช้วีซ่า การประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ และความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอื่น ๆ หากพบการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด แต่หากไม่พบความผิดก็ต้องคืนความเป็นธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์เช่นกัน พร้อมย้ำว่า การตรวจสอบดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายกล่าวหาชาวจีนหรือชาวต่างชาติ แต่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ชาวต่างชาติที่สุจริตสามารถเข้ามาท่องเที่ยว ลงทุน และใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันต้องไม่เปิดช่องให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นพื้นที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมายหรือเป็นฐานของอาชญากรรมข้ามชาติ เพราะหากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และภาพลักษณ์ของประเทศ โดยขอให้ ตร. และ บช.ภ.2 รายงานความคืบหน้าต่อสาธารณชนอย่างโปร่งใส พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานด้านการเงิน ร่วมตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง

นายยอดชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากทั้งผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุเป็นชาวจีน และมีการบังคับให้โอนคริปโทเคอร์เรนซี จึงเห็นว่าควรตรวจสอบทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียด เพราะอาจมีความเชื่อมโยงกัน และอาจนำไปสู่การตรวจสอบความผิดมูลฐานอื่นที่อาจสร้างความเสียหายต่อประเทศไทยเพิ่มเติม จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่สืบสวนทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน

ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง