นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย กล่าวภายหลังลงพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ บริเวณรอยต่ออำเภอเกษตรวิสัย และอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ว่าข้าวพันธุ์อายุสั้น โดยเฉพาะข้าว กข15 จะเริ่มเก็บเกี่ยวและทยอยออกสู่ตลาดภายในอีกประมาณ 10-15 วัน จึงขอให้รัฐบาลเร่งเตรียมมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวให้พร้อมก่อนผลผลิตจำนวนมากเข้าสู่ตลาด โดยระบุว่าปัจจุบันรูปแบบการเก็บเกี่ยวเปลี่ยนจากการใช้แรงงานคนและทยอยเก็บผลผลิต มาเป็นการใช้รถเกี่ยวข้าวเป็นหลัก ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้อย่างรวดเร็ว และอาจทำให้ข้าวจากหลายพื้นที่ออกสู่ตลาดพร้อมกันภายในระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือน หากไม่มีกลไกรองรับเพียงพอ อาจเกิดภาวะผลผลิตกระจุกตัวและกดดันให้ราคาข้าวลดลง ขณะเดียวกัน ชาวนาจำนวนมากมีภาระหนี้สินและค่าใช้จ่ายในการผลิต จึงจำเป็นต้องขายข้าวทันทีหลังเก็บเกี่ยว ส่งผลให้มีทางเลือกและอำนาจต่อรองด้านราคาลดลง มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือก หรือที่เกษตรกรเรียกว่าจำนำยุ้งฉาง รวมถึงสินเชื่อรวบรวมข้าวสำหรับสหกรณ์และสถาบันเกษตรกร จึงมีความสำคัญต่อการลดปริมาณข้าวที่ออกสู่ตลาดพร้อมกัน
นายชัชวาล ระบุว่าหากสหกรณ์มีเงินทุนเพียงพอและสามารถเข้ารับซื้อผลผลิตในราคาที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มทางเลือกและอำนาจต่อรองให้เกษตรกร ตลอดจนลดแรงกดดันจากการเร่งขายข้าว โดยยกผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาเป็นตัวอย่าง ว่าการสนับสนุนสภาพคล่องแก่สถาบันเกษตรกรช่วยให้สหกรณ์สามารถเข้ารับซื้อข้าวและมีส่วนช่วยพยุงราคาในช่วงเก็บเกี่ยวได้ สำหรับมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ปีการผลิต 2569/2570 คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ครอบคลุมทั้งสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกและสินเชื่อรวบรวมข้าวของสถาบันเกษตรกร อย่างไรก็ตาม นายชัชวาลกล่าวว่า จากข้อมูลที่ติดตาม มาตรการดังกล่าวยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี จึงขอให้รัฐบาลชี้แจงขั้นตอนที่ยังติดขัดและหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งรัดเรื่องนี้
นายชัชวาล ขอให้รัฐบาลเร่งนำมาตรการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี พร้อมกำหนดวันเริ่มโครงการให้ชัดเจน โดยย้ำว่าการอนุมัติต้องดำเนินการควบคู่กับการเตรียมเงินทุน ระบบรับซื้อ และกลไกปฏิบัติงานให้พร้อม เพราะหากมาตรการเริ่มต้นหลังจากเกษตรกรขายผลผลิตไปแล้ว อาจไม่สามารถช่วยพยุงราคาได้ทันเวลา นอกจากนี้ ยังขอให้รัฐบาลชี้แจงความชัดเจนเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ในปีการผลิต 2569/2570 ว่าจะดำเนินการหรือไม่ มีหลักเกณฑ์อย่างไร และจะเริ่มจ่ายเมื่อใด เพื่อให้ชาวนาวางแผนต้นทุนและภาระหนี้สินได้ พร้อมขอให้เปิดเผยเหตุผลและขั้นตอนของความล่าช้าอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการดำเนินมาตรการจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรอย่างแท้จริง
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
