2 ม.ค.69 -  สว.วุฒิพงศ์ มองความท้าทายความมั่นคงปี 69 จากสงครามรูปแบบใหม่ทั้งโดรนและไซเบอร์ ระบุ กองทัพมีงบรายจ่ายประจำสูงเกินจนเหลืองบลงทุนน้อย เสนอเลิกใช้อุปกรณ์ล้าสมัยและหันลงทุนนวัตกรรมใหม่ พร้อมบรรจุหน่วยโดรน-สงครามไซเบอร์ระดับกองร้อย-กองพัน ควบคู่การใช้การทูตและสร้างความมั่นคงแบบบูรณาการ

image

        นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงของไทยในปี 2569 ว่า ปัญหาความมั่นคงยังคงเป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปประกอบกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในทุกภูมิภาค อาทิ สงครามระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครนที่ทำให้เกิดสงครามรูปแบบใหม่ ทั้งสงครามโดรนและสงครามไซเบอร์ มีการใช้อาวุธนำวิถีแบบประทับบ่าที่สามารถทำลายอาวุธทันสมัยอย่างเครื่องบิน F-16 ได้ อย่างไรก็ตาม อาวุธเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์หากบุคลากรขาดสมรรถนะ ความเข้มแข็งของชาติขึ้นอยู่กับกำลังพลที่มีสมรรถนะสูง ไม่ใช่แค่มีจำนวนมาก ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องพัฒนาทั้งตัวบุคคลและขีดความสามารถในการใช้อาวุธให้ทันสมัยและเหมาะสมกับภาระหน้าที่ โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนอย่างกัมพูชาที่ต้องสูญเสียทรัพยากรไปไม่น้อย ทั้งนี้ เห็นว่าความขัดแย้งจะหมดไปได้หากประเทศมีกำลังที่เหนือกว่าอย่างชัดเจนร่วมกับการใช้การเจรจาทางการทูตที่มีคุณภาพและสมดุล จึงต้องอาศัยความร่วมมือคนในชาติและรักษามิตรสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน

          นาวาตรี วุฒิพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ ว่า ปัจจุบันไทยสามารถผลิตโดรน รถเกราะล้อยาง อาวุธปืน และกระสุนยุทโธปกรณ์ได้เอง แต่ยังติดขัดเรื่องระเบียบข้อบังคับและอุปสรรคทางกฎหมายบางฉบับที่มีหลายขั้นตอน ทำไทยเสียเปรียบในการแข่งขันทางการค้า ทั้งที่ไทยมีความสามารถสูงและวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ทำให้หลายประเทศสนใจสนับสนุนและต้องการซื้ออาวุธจากไทย ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งแก้ไขกฎหมายเพื่อสนับสนุนโครงสร้างอุตสาหกรรมนี้ให้เข้มแข็งขึ้น เพราะไทยผลิตได้เองแม้กระทั่งปืนใหญ่ขนาด 155 มม. และกระสุนจำนวนมากจนแทบไม่ต้องพึ่งพาการซื้อจากพันธมิตร เพียงแต่ปัจจุบันขีดความสามารถในการผลิตอาจจะต่ำลงจากระเบียบข้อบังคับบางประการ

          สำหรับในด้านงบประมาณความมั่นคง กองทัพมีงบรายจ่ายประจำที่สูงมาก ทำให้เหลืองบประมาณในการลงทุนพัฒนาต่อยอดน้อย จึงควรเลิกใช้อุปกรณ์ล้าสมัยและหันไปลงทุนกับนวัตกรรมใหม่ที่ค่าบำรุงถูกกว่า อาทิ การใช้โดรน และควรบรรจุหน่วยโดรนและสงครามไซเบอร์ลงในระดับกองร้อยและกองพัน เพราะสงครามไซเบอร์มีบทบาทสำคัญตั้งแต่การต่อต้านข่าวปลอมไปจนถึงการโจมตีฐานไซเบอร์ของศัตรู อย่างไรก็ตาม การมีกำลังทหารแข็งแกร่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้การทูตคู่ขนาน เพราะสงครามอาจเกิดจากกำลังทหารแต่ยุติได้ด้วยการเจรจา จึงควรเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า รักษาความสัมพันธ์กับอาเซียน และสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนผ่านการพัฒนาแบบองค์รวมทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และการทหาร

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ