นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยเสนอขอโอนงบประมาณจำนวน 10,328 ล้านบาท จากหน่วยรับงบประมาณบางรายการ ไปตั้งไว้เป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 ประเทศไทยเผชิญผลกระทบจากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและสังคมทั้งในและต่างประเทศ ทำให้รัฐบาลต้องใช้งบกลางเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟู และบรรเทาผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่งตั้งไว้ 99,000 ล้านบาท มีไม่เพียงพอ อีกทั้งยังต้องเตรียมรองรับเหตุฉุกเฉินหรือสาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ
นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่ารัฐบาลจึงจำเป็นต้องนำงบประมาณของหน่วยงานที่ยังไม่มีการเบิกจ่าย ไม่มีข้อผูกพัน หรือคาดว่าจะดำเนินการไม่ทันภายในปีงบประมาณ รวมถึงโครงการที่สามารถชะลอได้ โดยไม่กระทบต่อการปฏิบัติราชการ มาโอนเป็นงบกลาง เพื่อให้สามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และรองรับเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
สำหรับงบประมาณที่นำมาโอน ส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายประจำ เช่น ค่าอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ และค่าเดินทางไปราชการต่างประเทศ รวมถึงงบลงทุนบางโครงการที่ยังไม่สามารถประกวดราคาหรือจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2569 หรือเป็นโครงการที่หน่วยงานเห็นว่าสามารถชะลอการดำเนินงานได้โดยไม่เกิดความเสียหาย
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยยังคงคำนึงถึงการจัดบริการสาธารณะ สิทธิและสวัสดิการของประชาชน ตลอดจนงบประมาณที่มีข้อผูกพัน ซึ่งยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง