8 ก.ย. 69 - สส.กรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายงบประมาณปี 70 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอปรับแนวทางจัดสรรงบจากมาตรการช่วยเหลือระยะสั้นสู่การปฏิรูปโครงสร้างสหกรณ์ ยกโมเดล Fonterra ของนิวซีแลนด์ พร้อมเสนอจัดตั้งบริษัทข้าวหอมมะลิที่เกษตรกรเป็นเจ้าของร่วมกัน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง สร้างมูลค่าเพิ่ม และคืนผลกำไรสู่เกษตรกร

image

        นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระที่ 2 มาตรา 14 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเสนอให้รัฐบาลปรับแนวทางการจัดสรรงบประมาณด้านการเกษตรจากการดำเนินโครงการตามภารกิจประจำ ไปสู่การสร้างยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและรายได้ให้แก่เกษตรกร พร้อมให้เหตุผลว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทักษะของเกษตรกร และคุณภาพสินค้าเกษตรซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลก แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังมีพื้นที่เพาะปลูกขนาดเล็ก ต้นทุนต่อหน่วยสูง และขาดอำนาจต่อรอง รวมถึงมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยี การวิจัย การแปรรูป และการสร้างตราสินค้า จึงเห็นว่ารัฐบาลควรส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นองค์กรทางเศรษฐกิจที่มีความเข้มแข็งมากขึ้น

        นายกรณ์ กล่าวต่อถึงระบบสหกรณ์ว่าสหกรณ์ไทยจำนวนมากยังให้บริการด้านสินเชื่อและจำหน่ายปัจจัยการผลิตเป็นหลัก จึงควรยกระดับให้มีบทบาทครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การวางแผนเพาะปลูก การวิจัยและพัฒนา การแปรรูป การสร้างตราสินค้า ไปจนถึงการตลาดและการส่งออก เพื่อให้เกษตรกรมีส่วนเป็นเจ้าของและได้รับประโยชน์จากมูลค่าเพิ่มของสินค้า พร้อมกันนี้ ยกตัวอย่าง Fonterra ของนิวซีแลนด์ ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของสหกรณ์ผู้ผลิตนมและบริหารงานโดยผู้เชี่ยวชาญ จนสามารถแข่งขันและเจรจากับผู้ซื้อรายใหญ่ในตลาดโลก โดยเกษตรกรมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้น ได้รับทั้งรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตและเงินปันผลจากการดำเนินธุรกิจ พร้อมเสนอให้นำแนวทางดังกล่าวมาประยุกต์ใช้กับสินค้าเกษตรที่ประเทศไทยมีศักยภาพ

        นายกรณ์ เสนอให้เริ่มต้นจากการจัดตั้งบริษัทข้าวหอมมะลิแห่งชาติ โดยให้ชาวนาในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ 5 จังหวัด เป็นผู้ถือหุ้นร่วมกัน และใช้ระบบบริหารแบบมืออาชีพ ดูแลตั้งแต่การผลิต การวิจัยและพัฒนา การแปรรูปเป็นข้าวบรรจุถุงระดับพรีเมียม การสร้างตราสินค้า และการส่งออก เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในตลาดโลก ขณะที่ผลกำไรจากการดำเนินงานจะกลับคืนสู่เกษตรกรในรูปเงินปันผล นอกจากนี้ เห็นว่าการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านมาตรการด้านราคาและรายได้ยังมีความจำเป็นในบางช่วง แต่รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างความเข้มแข็งในระยะยาวควบคู่กัน โดยมุ่งให้เกษตรกรเป็นเจ้าของห่วงโซ่คุณค่าและได้รับส่วนแบ่งจากมูลค่าเพิ่มของสินค้าอย่างเหมาะสม เพื่อลดการพึ่งพาความช่วยเหลือจากภาครัฐในอนาคต

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ