นายเตชสิทธิ์ ชูแก้ว สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) และที่ปรึกษา กมธ.การศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา กล่าวในรายการ Law Talk กับ สว. ตอน แก้วิกฤตหนี้ครู ถึงแนวทางการแก้วิกฤตหนี้สินบุคลากรครูว่า ปัจจุบันครูทั่วประเทศมีหนี้สินรวมประมาณ 1.14 ล้านล้านบาท โดยมีครูที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ประมาณ 860,000 คน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของสหกรณ์อยู่ที่ประมาณร้อยละ 5.6–9 ต่อปี ส่งผลให้ครูจำนวนมากมีภาระหนี้สูง
นายเตชสิทธิ์ กล่าวว่า สาเหตุสำคัญมาจากครูบรรจุใหม่ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกล มีค่าเดินทางและค่าเช่าบ้าน ขณะที่รายได้ไม่เพียงพอ จึงเริ่มก่อหนี้ตั้งแต่ช่วงแรกของการรับราชการ และเมื่อสร้างครอบครัวหรือมีความจำเป็นต้องสร้างบ้าน จึงต้องกู้เพิ่ม ประกอบกับในอดีตข้อมูลหนี้ระหว่างสถาบันการเงินกับสหกรณ์ไม่ได้เชื่อมโยงกัน ทำให้สามารถกู้ยืมจากหลายแหล่งและเกิดหนี้ซ้ำซ้อนได้ ทั้งนี้ คณะกมธ.ได้ศึกษาต้นแบบการบริหารจัดการหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครศรีธรรมราช ซึ่งสามารถลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 4.5–5 ต่อปี และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยประมาณร้อยละ 4 ต่อปี จึงเห็นว่ารัฐควรจัดหาแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำประมาณร้อยละ 1–2 ให้สหกรณ์ หรือพิจารณาจัดตั้ง สหกรณ์กลาง เพื่อสนับสนุนการรีไฟแนนซ์และลดภาระดอกเบี้ยของครู
นายเตชสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า การแก้ปัญหาต้องจำแนกครูเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ครูเกษียณที่มีหนี้ตกค้าง ครูที่ยังรับราชการซึ่งสามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้ และครูบรรจุใหม่ที่ต้องเน้นการป้องกันการก่อหนี้เกินตัว พร้อมจัดทำฐานข้อมูลหนี้ที่ครอบคลุม และพิจารณา Credit Lock สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อป้องกันการก่อหนี้เพิ่ม รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์ให้ครูมีเงินเดือนสุทธิคงเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีวิต โดยเห็นว่าการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต้องดำเนินควบคู่ทั้งการลดดอกเบี้ย ลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ให้แก่ครู
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง