นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานการประชุมศูนย์จัดการปลาหมอคางดำ กล่าวถึงผลการประชุมศูนย์ฯ นัดแรก เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์และติดตามมาตรการที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้เดินหน้าขับเคลื่อนกรอบ 7 มาตรการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง หลังจากเดิมที่เคยขาดความต่อเนื่อง พร้อมดึงความร่วมมือจาก 29 หน่วยงานเข้ามาร่วมบูรณาการการทำงาน อาทิ กรมชลประทาน ในการจัดทำฝายหรือใช้เครื่องจักรตัดวงจรการระบาด กระทรวงกลาโหม ตำรวจ และกรมราชทัณฑ์ในการสนับสนุนกำลังคน รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ที่ใช้กลไกผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามาเสริมงานของกรมประมง
นายวัชระพล กล่าวแสดงความห่วงใยสถานการณ์การระบาดในพื้นที่น้ำจืดอย่างเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งปลาหมอคางดำสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเตรียมนำทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเองภายในสัปดาห์นี้ ด้านงบประมาณ กรมประมงได้จัดเตรียมงบเร่งด่วนของตนเองไว้ 15 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบให้เร่งผลักดันขอใช้เงินงบกลางที่เหลืออยู่เกือบ 350 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในภารกิจตาม 7 มาตรการ และมุ่งเน้นการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
นายวัชระพล กล่าวยืนยันว่า การทำงานในยุคนี้ต้องการทำให้จบ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยจะไม่ยืดเยื้อ พร้อมกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัด (KPI) ว่าภายใน 30 วันต้องเริ่มเห็นผล ระยะ 60 วันต้องเห็นผล และ 180 วันต้องมีความชัดเจน นอกจากนี้ ตนยังได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมาย กรมประมง เร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริงถึงสาเหตุการระบาดในพื้นที่เขื่อนลำปาว เนื่องจากเป็นพื้นที่น้ำจืดซึ่งปลาไม่สามารถว่ายมาจากทะเลเองได้ และต้องมีคนหรือสิ่งใดนำเข้ามา โดยยืนยันว่าจะดำเนินการสืบสวนอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีการปกปิด ทั้งยังร่วมมือกับกรมประชาสัมพันธ์ในการสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน โดยจะมีการอัปเดตสถานการณ์การเปลี่ยนผ่านพื้นที่จากสีแดงสู่สีเหลืองและสีเขียวอย่างต่อเนื่อง
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง