16 ก.ย. 69 - สส.จาตุรนต์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงาน กกต. ปี 67 และ ปี 68  ตั้งข้อสังเกตความล่าช้าในการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ใช้เวลาเกือบ 2 ปี ห่วงกระทบความเชื่อมั่นต่อ กกต. วุฒิสภา และระบบการเมือง พร้อมเสนอให้องค์กรเปิดรับฟังความเห็นจากฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชนมากขึ้น

image

        ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า กกต.มีภารกิจสำคัญในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน รายงานดังกล่าวระบุถึงวิสัยทัศน์ แผนยุทธศาสตร์ และนโยบายของสำนักงาน กกต. ทั้งด้านความเป็นอิสระและความเป็นกลางทางการเมือง การจัดการเลือกตั้ง การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ และการพัฒนาบุคลากรด้านการสืบสวน ไต่สวน และดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดของคดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ แม้เป็นรายงานผลการดำเนินงานของปีงบประมาณก่อนหน้า แต่การพิจารณาของสภาในปี 2569 ควรเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ข้อเสนอแนะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานขององค์กร
        นายจาตุรนต์ กล่าวว่าการพิจารณาคดีดังกล่าวใช้เวลาเกือบ 2 ปี ก่อนที่ กกต.จะมีมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ส่งเรื่องของผู้ถูกกล่าวหา 77 คน จากทั้งหมด 427 คน ให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณา ในจำนวนนี้เป็น สว. ชุดปัจจุบัน 26 คน ขณะที่บุคคลทางการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ส่งให้ศาลพิจารณา นอกจากนี้ ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันทั้งในชั้นคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง และกรรมการ กกต.ฝ่ายเสียงข้างน้อย ซึ่งมีการนำเหตุผลและพยานหลักฐานบางส่วนมาอธิบายต่อสาธารณะ จึงว่าความแตกต่างดังกล่าวทำให้ประชาชนเกิดคำถามต่อหลักเกณฑ์และกระบวนการวินิจฉัย
        นายจาตุรนต์ ย้ำว่าไม่ได้อภิปรายเพื่อวินิจฉัยว่าใครกระทำผิด หรือเรียกร้องให้ กกต.เปลี่ยนแปลงมติ แต่ต้องการชี้ให้เห็นผลกระทบจากความล่าช้าและข้อสงสัยที่เกิดขึ้นต่อความเชื่อมั่นของประชาชน อีกทั้งเห็นว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะ กกต. แต่เชื่อมโยงถึงการได้มาซึ่ง สว. การทำหน้าที่ของวุฒิสภา และกระบวนการสรรหาบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ จึงอาจขยายไปสู่คำถามเรื่องความชอบธรรมของระบบการเมืองในภาพรวม พร้อมเสนอให้ กกต.รับฟังความคิดเห็นจาก สส. ภาคประชาชน และทุกภาคส่วนมากขึ้น เพื่อร่วมกันพัฒนาความเป็นประชาธิปไตย รักษาความสุจริตของการเลือกตั้ง และฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อกระบวนการทางการเมือง

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ