นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
นายอนุทินกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมระลอกแรกในพื้นที่หลักเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เหลือเพียงบางจุดที่เป็นพื้นที่ต่ำ เช่น จังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้สั่งการให้เร่งระบายน้ำและเข้าไปดูแลช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน อย่างไรก็ตาม แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่ต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่ทันที โดยมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อส่งข้อมูลประกอบการโอนเงินเยียวยาให้ประชาชนโดยเร็ว พร้อมกำชับให้ทยอยส่งข้อมูลได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้รวบรวมครบทั้งหมด ซึ่งขณะนี้มีการโอนเงินช่วยเหลือแล้วกว่า 48,600 ครัวเรือน นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ระดมกำลังทำความสะอาดพื้นที่หลังน้ำลด (Big Cleaning) เก็บขยะ ซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย และเฝ้าระวังโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นภายหลังน้ำลด เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว สำหรับการบริหารจัดการน้ำและการลดความขัดแย้งในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีกำชับให้กรมชลประทานประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าทุกครั้งก่อนดำเนินการปล่อยน้ำ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจพิจารณาอย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงการปะทะคารมในพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและลดผลกระทบต่อประชาชน ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสารและแจ้งเตือนภัยที่ประชาชนสามารถเข้าใจได้ง่าย หลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์เทคนิคที่ซับซ้อน เพื่อให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที
นายอนุทินยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมอพยพประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการทีมงานลงพื้นที่กำหนดพิกัดและจัดทำข้อมูลผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือและอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงได้ก่อนเกิดภัย พร้อมนำบทเรียนจากกรณีการอพยพประชาชนไม่ทันในอำเภอหาดใหญ่เมื่อปีก่อนมาเป็นข้อเตือนใจ เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้จังหวัดที่ไม่ได้ประสบภัยจัดทำบัญชีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อเตรียมส่งกำลังสนับสนุนจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเมื่อมีความจำเป็น พร้อมกำชับให้ทุกจังหวัดใช้งบประมาณทดรองราชการเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้นด้วยตนเองก่อน ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัย และกำหนดแนวทางการสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อไป
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
