ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติเห็นชอบรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การศึกษาข้อกฎหมาย แนวทางการกำกับดูแล และการส่งเสริมการให้บริการแพร่ภาพและเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคมพิจารณาเสร็จแล้ว พร้อมเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะของ กมธ. เพื่อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี พิจารณาดำเนินการต่อไป
นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล ประธาน กมธ.พร้อมคณะ กล่าวชี้แจงถึงผลการพิจารณาศึกษารายงานดังกล่าวว่า ปัจจุบันการขยายตัวของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้พฤติกรรมการรับชมสื่อของประชาชนเปลี่ยนไปสู่บริการแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต หรือบริการ OTT (Over The Top) อย่างก้าวกระโดด แต่กลับเผชิญข้อจำกัดสำคัญเนื่องจากกฎหมายไทย อาทิ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ยังไม่ครอบคลุมการให้บริการบนระบบอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้เกิดความไม่เท่าเทียมในการแข่งขัน โดยผู้ประกอบการไทยต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดและมีต้นทุนสูง ขณะที่แพลตฟอร์มต่างชาติไม่มีฐานจัดตั้งในประเทศ ทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล นอกจากนี้ ยังพบปัญหาความทับซ้อนในหน้าที่กำกับดูแลระหว่างสำนักงาน กสทช. กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนประเทศไทยยังขาดระบบจัดระดับความเหมาะสมของเนื้อหาที่เป็นมาตรฐานบังคับเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนบนแพลตฟอร์มเหล่านี้
กมธ. จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาล โดยเสนอให้จัดตั้งกลไกกำกับดูแลร่วมกันในลักษณะหน่วยงานเดียว (Single Regulator) ผ่านการบูรณาการอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อลดความซ้ำซ้อน พร้อมทั้งเร่งรัดให้สำนักงาน กสทช. ออกประกาศหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่สมดุล ไม่ให้กลายเป็นอุปสรรคทางการค้าหรือขัดต่อข้อตกลงระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในระยะยาว เพื่อขยายนิยามให้ครอบคลุมบริการ OTT ตลอดจนเสนอให้ปรับปรุงข้อกฎหมายเปิดทางให้เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกับกรมสรรพากร เพื่อวางแนวทางจัดเก็บภาษีแพลตฟอร์มข้ามชาติอย่างเป็นธรรมและไม่ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง