นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายสนับสนุนรายงานการพิจารณาศึกษาการกำกับดูแลและการส่งเสริมบริการแพร่ภาพและเสียงผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต (OTT) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา พิจารณาเสร็จแล้ว โดยระบุว่า ปัจจุบันบริการ OTT ได้กลายเป็นสื่อกระแสหลัก แต่โครงสร้างกฎหมายเดิมที่ยึดติดกับระบบสัมปทานคลื่นความถี่ไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากปัญหาดังกล่าวส่งผลให้เกิดช่องว่างทางนโยบายและความซ้ำซ้อนระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการไทย เนื่องจากแพลตฟอร์มต่างชาติสามารถสร้างรายได้มหาศาลจากเงินโฆษณา แต่รัฐบาลกลับขาดกลไกจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เหมาะสม โดยการเก็บเพียงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอและทำให้รัฐสูญเสียรายได้แผ่นดินจำนวนมาก
ดังนั้น ตนจึงมีข้อเสนอไปยังรัฐบาลดำเนินการแก้ไขมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (รวมทั้งที่แก้ไขเพิ่มเติม) เพื่อกำหนดนิยาม OTT ให้ชัดเจนภายใต้กิจการโทรทัศน์โดยจำแนกเป็น 4 ประเภทธุรกิจ และแยกใบอนุญาตเป็น 3 ส่วน คือ โครงข่าย แพลตฟอร์ม และเนื้อหา เพื่อลดความซ้ำซ้อน รวมทั้งกำกับดูแลโดยยึดหลักเทคโนโลยีเป็นกลางเพื่อให้สื่อทุกประเภทอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน สำหรับแนวทางปฏิบัตินั้นควรแบ่งเป็น 3 ระยะ โดยระยะสั้นต้องเร่งให้ กสทช. ใช้อำนาจประกาศให้แพลตฟอร์มต่างชาติต้องมาขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการเพื่อสร้างฐานข้อมูล ก่อนจะดำเนินการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติในระยะยาวต่อไป
นอกจากนี้ ยังเสนอมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยผ่านการปรับสัดส่วนการถือหุ้นคนต่างด้าวในกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่จากเดิมร้อยละ 25 เป็นเกินกว่าร้อยละ 49 เพื่อดึงดูดการลงทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงการจัดตั้งกองทุนพัฒนาอุตสาหกรรม OTT ไทย โดยนำรายได้จากการจัดเก็บภาษีแพลตฟอร์มต่างชาติมาสนับสนุนผู้ผลิตเนื้อหาไทยเพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานและแก้ไขอุปสรรคทางกฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพื่อให้สามารถตรวจสอบความเสี่ยงและจัดเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มต่างชาติได้อย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมและการกำกับดูแลที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง