25 ส.ค.69 - ประธานวุฒิสภา เปิดโครงการเสริมสร้างผู้นำนักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ปี 69 ชี้ แม้ สว. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ความหลากหลายของสาขาอาชีพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณากลั่นกรองกฎหมายให้รอบด้าน พร้อมเปรียบเปรยวุฒิสภาเป็นหางเสือ ช่วยประคับประคองประเทศไทย ให้เดินหน้าในทิศทางที่ถูกต้อง มุ่งนำพาประชาชนไปสู่ความผาสุก

image

        นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างผู้นำนักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมวุฒิสภา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อวุฒิสภากับการพัฒนาประชาธิปไตย โดยกล่าวถึงบทบาทและความสำคัญของวุฒิสภาต่อการพัฒนาประชาธิปไตย ว่า หากระบบการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยังคงเป็นไปในลักษณะปัจจุบัน เชื่อว่าผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้หลายคนมีโอกาสที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น สว. ในอนาคต ซึ่งต้องเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพต่าง ๆ และมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปี

        ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า สว. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน แต่อีกด้านหนึ่ง ระบบดังกล่าวเปิดโอกาสให้บุคคลจากหลากหลายสาขาอาชีพเข้ามามีส่วนร่วมในการทำหน้าที่ สว. เพราะไม่มีใครสามารถเก่งได้ทุกด้าน แต่บุคคลย่อมมีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาของตนเอง ความหลากหลายของประสบการณ์และวิถีชีวิตจึงเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณากลั่นกรองกฎหมายให้รอบด้าน นอกจากนี้ วุฒิสภายังมีหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน การตั้งกระทู้ถามรัฐบาล รวมถึงการดำเนินโครงการวุฒิสภาพบประชาชน ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชน ตลอดจนใช้กลไกคณะกรรมาธิการในการศึกษาและพิจารณาประเด็นสำคัญต่าง ๆ

        นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาบุคลากรจากการเป็นผู้นำในระดับพื้นที่ไปสู่การทำหน้าที่ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือรัฐมนตรี ถือเป็นการสร้างรากฐานที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตย โดยโครงการเสริมสร้างผู้นำนักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมวุฒิสภา ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงวุฒิสภากับประชาชน มุ่งสร้างเครือข่ายผู้นำที่มีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการประชาธิปไตย และสามารถนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดและขยายผลสู่สังคมได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งการพัฒนาประชาธิปไตยไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง หากแต่เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินอย่างต่อเนื่อง และอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นอกจากนี้ นายมงคล ยังกล่าวเปรียบเทียบว่า วุฒิสภาเสมือนหางเสือ ที่ช่วยประคับประคองเรือเหล็กลำใหญ่ที่ชื่อว่าประเทศไทย ให้เดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง ไม่เอียงซ้ายหรือเอียงขวาไปตามกระแสที่รุนแรง แต่จะร่วมกันนำพาประชาชนไปสู่จุดหมายปลายทาง คือความผาสุก

        สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นกลุ่มผู้แทนภาคประชาชน ประกอบด้วย คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด (กพสจ.) ผู้นำสตรี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สื่อมวลชน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้คัดเลือก จังหวัดละ 1 คน โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ รวม 74 คน และผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ จำนวน 2 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 76 คน  

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว 

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ