25 ส.ค. 69 - สว.ปริญญา-นาวาตรีวุฒิพงศ์ หนุนใช้พลังงานไฮโดรเจน ทางเลือกใหม่พลังงานสะอาด แนะประเมินความคุ้มค่า มาตรฐานความปลอดภัย และระบบประกันภัยรองรับ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนสร้างความมั่นใจประชาชน

image

        นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) อภิปรายต่อรายงานการศึกษา เรื่อง แนวทางการพัฒนากฎหมายเพื่อบูรณาการพลังงานไฮโดรเจนรองรับพลังงานสะอาดของประเทศ ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา ระบุว่า ไฮโดรเจนถือเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ที่มีศักยภาพสูง ดังเช่นในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นที่ได้ผลักดันการใช้ไฮโดรเจนอย่างจริงจัง ซึ่งบางประเทศให้ความสำคัญมากกว่ายานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างไรก็ตามแม้พลังงานไฮโดรเจนจะมีประโยชน์ต่ออนาคตของประเทศ แต่ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะมาตรการควบคุมความปลอดภัย การออกใบรับรอง รวมถึงกระบวนการใช้ว่าทิ้งกากสารเคมีหรือสร้างภาระมลพิษแก่ประชาชนในระยะยาวหรือไม่ ทั้งนี้ ได้เปรียบเทียบกับโครงการสนับสนุนแผงโซลาร์เซลล์ของรัฐบาลในปัจจุบัน ที่แม้จะมองว่าเป็นพลังงานสะอาด แต่ยังขาดแผนรับผิดชอบขยะอิเล็กทรอนิกส์และแผงอลูมิเนียมมหาศาลที่จะหมดอายุลงในอีก 20 ปีข้างหน้า พร้อมตั้งคำถามเกี่ยวกับความพร้อมด้านวัตถุดิบภายในประเทศไทยว่า ปัจจุบันไทยมีปริมาณไฮโดรเจนที่สามารถจัดหาได้เองมากน้อยเพียงใด หากไม่เพียงพอจะต้องนำเข้าจากแหล่งใด และเมื่อคำนวณมูลค่าการลงทุนทั้งหมดแล้ว จะมีความคุ้มค่าหรือไม่ เพื่อให้การขับเคลื่อนพลังงานสะอาดของไทยเกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนอย่างแท้จริง
        ด้านนาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ระบุว่า การดันพลังงานไฮโดรเจนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต้องพิจารณาความพร้อมในหลายมิติควบคู่กัน แม้พลังงานไฮโดรเจนจะเป็นพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยลดวิกฤตโลกร้อนได้ดี แต่การผลิตไฮโดรเจนจำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาล เช่นเดียวกับในประเทศญี่ปุ่นที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต หากนำมาปรับใช้ในประเทศไทยจำเป็นต้องศึกษาอย่างรอบคอบ ทั้งด้านแหล่งพลังงาน ต้นทุนการผลิต ตลอดจนระบบการบริหารจัดการของบุคลากร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะภาคการขนส่งและยานยนต์ว่า อาจเจอปัญหาสังคมกีดกันเนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย เหมือนกรณีรถยนต์ติดก๊าซธรรมชาติหรือรถยนต์บางรุ่นในอดีต ดังนั้น คณะกรรมาธิการฯ ต้องไม่มองเพียงการออกกฎหมายส่งเสริมอย่างเดียว แต่ต้องครอบคลุมถึงการเร่งงานวิจัย พัฒนารถต้นแบบ มาตรการความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมไปถึงการเงื่อนไขการรับประกันภัยจากบริษัทประกันด้วย เพื่อให้การขับเคลื่อนพลังงานไฮโดรเจนเกิดความปลอดภัยและสร้างความไว้วางใจแก่ประชาชน

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ