25 ส.ค. 69 - วุฒิสภาเห็นชอบรายงานการศึกษาแนวทางเสริมสร้างความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคม พร้อมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ เน้นย้ำธรรมาภิบาล ความโปร่งใส การบริหารเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับระบบให้รองรับสังคมสูงวัย เตรียมส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา

image

          การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง ซึ่งมีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง และนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการเสริมสร้างความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคม ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน วุฒิสภา

        นายนิรุตติ สุทธินนท์ ประธานคณะกมธ.ชี้แจงว่า กองทุนประกันสังคมเป็นกลไกสำคัญในการสร้างหลักประกันทางสังคมแก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน และประชาชนผู้ใช้แรงงาน โดยมีบทบาทต่อคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางรายได้ และการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ แต่ปัจจุบันกองทุนเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย รายจ่ายด้านสิทธิประโยชน์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การบริหารเงินลงทุน และความคาดหวังของผู้ประกันตนที่ต้องการให้ระบบมีความคุ้มค่า โปร่งใส และทันสมัย

         ด้านนายชินโชติ แสงสังข์ รองประธานคณะกมธ. กล่าวว่า การศึกษามุ่งหาแนวทางให้กองทุนสามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับสิทธิประโยชน์และการให้บริการ โดยประเด็นสำคัญ ได้แก่ ความมั่นคงของเงินกองทุน การบริหารด้านการแพทย์ ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิ โครงสร้างและเทคโนโลยี รวมถึงความยั่งยืนของกองทุน ซึ่งเงินกองทุนส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นเงินกรณีชราภาพ

           ขณะที่ นายชาญวิทย์ อริยาวรนันต์ อนุ กมธ.ด้านประกันสังคม ในคณะ กมธ.การแรงงาน วุฒิสภา ระบุว่า คณะอนุ กมธ. ศึกษาข้อมูลเชิงลึก ทั้งการสัมภาษณ์ ทั้งการสัมภาษณ์และสนทนากลุ่มจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ โรงพยาบาล และผู้เชี่ยวชาญกว่า 400 รายทั่วประเทศ โดยพิจารณาความยั่งยืนในหลายมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สุขภาพ การใช้เทคโนโลยี ความครอบคลุมทางสังคม การลดความเหลื่อมล้ำ การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน สิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า ความสมดุลระหว่างรายได้และรายจ่าย ตลอดจนความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล

         ด้านสมาชิกวุฒิสภาได้อภิปรายและเสนอแนะเพิ่มเติม โดยนางสาวนันทนา นันทวโรภาส ระบุว่า กองทุนประกันสังคมมีมูลค่าประมาณ 2.6 ล้านล้านบาท และมีสมาชิกเกือบ 25 ล้านคน จึงควรบริหารด้วยหลักธรรมาภิบาล มีผู้บริหารที่มีความซื่อสัตย์ โปร่งใส และมีมาตรการป้องกันการทุจริต พร้อมเสนอให้กองทุนเป็นพื้นที่ปลอดจากการเมือง ขณะที่นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ตั้งข้อสังเกตว่า ระบบประกันสังคมมีความเป็นราชการสูง ทำให้การดำเนินงานบางด้านล่าช้า จึงควรให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและธรรมาภิบาล โดยแยกบทบาทระหว่างส่วนของกองทุนกับสำนักงานประกันสังคม รวมถึงกำกับความเสี่ยงด้านการลงทุนอย่างรอบคอบ ส่วน นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ เสนอให้ศึกษาความแตกต่างของสิทธิประกันสังคมระหว่างแรงงานไทยกับแรงงานต่างชาติอย่างจริงจัง ทั้งข้อดี ข้อเสีย และข้อกฎหมาย โดยต้องไม่ขัดต่อมาตรฐานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) พร้อมเสนอให้พิจารณาถึงแนวทางการจัดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับแรงงานไทยอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามภายหลังการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบรายงานการพิจารณาศึกษา พร้อมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการการแรงงาน และมีมติส่งให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ