7 ก.ย. 69 - นายกฯ ชี้แจงการลงนามเนรเทศชาวฝรั่งเศสออกนอกราชอาณาจักรเป็นรายที่ 2 ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ภายหลังศาลพิพากษาคดีข่มขู่และทำร้ายร่างกาย ย้ำต้องบังคับใช้กฎหมายกับผู้มีพฤติการณ์กระทบความสงบเรียบร้อย ส่วนชาวอิสราเอลรายแรกยังไม่พบหนังสืออุทธรณ์

image

         นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงนามในคำสั่งเนรเทศชาวฝรั่งเศสออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งเป็นชาวต่างชาติรายที่ 2 ที่ถูกดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ภายหลังศาลมีคำพิพากษาในคดีข่มขู่และทำร้ายร่างกาย โดยระบุว่าเมื่อมีกฎหมายแล้วต้องบังคับใช้ และหากชาวต่างชาติมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมหรือกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ประเทศไทยย่อมมีสิทธิดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนชาวอิสราเอลซึ่งเป็นผู้ถูกเนรเทศรายแรก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ายังไม่เห็นหนังสืออุทธรณ์ โดยตามขั้นตอนผู้ถูกสั่งเนรเทศต้องยื่นอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรี เนื่องจากคำสั่งเนรเทศลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงต้องรอให้มีการยื่นอุทธรณ์มาตามขั้นตอน

        นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าจะมีชาวต่างชาติรายอื่นถูกเนรเทศเพิ่มเติมหรือไม่ด้วยว่า หากบุคคลใดมีความประพฤติไม่เหมาะสม ประเทศไทยย่อมไม่ประสงค์ให้บุคคลดังกล่าวพำนักอยู่ในประเทศ พร้อมปฏิเสธว่าปัญหาเกี่ยวกับชาวต่างชาติไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และระบุว่ารัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้ว

         ส่วนกรณีมีรายงานเกี่ยวกับสุสานชาวอิสราเอลในจังหวัดฉะเชิงเทรา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าได้รับรายงานจากนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว และได้รับการยืนยันว่าไม่มีสุสานตามที่เป็นข่าว ขณะที่ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งสุสานของชาวต่างชาติในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีระบุว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด และขอให้สอบถามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวโดยตรง พร้อมเห็นว่าการพิจารณาเรื่องนี้ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนชาวไทยด้วย

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ