นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาวาระที่ 2 ต่อข้อสังเกตของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผู้สงวนคำแปรญัตติ และสมาชิกที่อภิปรายเพิ่มเติม ว่าคณะกรรมาธิการปรับลดงบประมาณรวมประมาณ 11,162 ล้านบาท และปรับเพิ่มงบประมาณบางรายการภายใต้กรอบวงเงินเดิม โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการจัดสรรงบกลางตามมาตรา 6 สำหรับวงเงิน 6,000 ล้านบาท มีเป้าหมายรองรับภาระที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งเดิมกรมควบคุมมลพิษได้รับจัดสรรงบประมาณ 3,000 ล้านบาท แต่ภายหลังการเจรจา ภาครัฐอาจมีภาระต้องชำระรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้งบกลางปี 2569 ประมาณ 4,000 ล้านบาท และภาระในปี 2570 อีก 2 งวด รวม 6,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดียังไม่สิ้นสุดและรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการดำเนินการเจรจา คณะกรรมาธิการจึงปรับลดงบส่วนดังกล่าวออกจากกรมควบคุมมลพิษ พร้อมมีข้อสังเกตว่าหากการเจรจาสิ้นสุดและภาครัฐมีภาระต้องชำระเงิน กรมควบคุมมลพิษสามารถเสนอขอใช้งบกลาง 6,000 ล้านบาทได้ ส่วนงบกลางอีก 12,000 ล้านบาท จะใช้เป็นกองทุนสมทบ (Matching Fund) เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐ องค์กร การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน นำเงินสะสมของหน่วยงานกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และลดภาระงบประมาณภาครัฐ
นายภราดร ชี้แจงว่างบประมาณส่วนนี้แตกต่างจากวงเงินกู้ตามพระราชกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งมีวงเงินเหลือประมาณ 200,000 ล้านบาท และรัฐบาลมีแนวทางนำไปสนับสนุนประชาชนโดยตรง เช่น การส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา
สำหรับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) นายภราดร ระบุว่าการลดภาระเงินชดเชยต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยพรรคภูมิใจไทยเสนอร่างกฎหมายแล้ว และอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 โดยตั้งเป้าให้มีผลใช้บังคับก่อนจัดทำงบประมาณปี 2571 ส่วนแนวคิดจัดทำประกันภัยพิบัติให้ประชาชน รัฐบาลมีเป้าหมายให้ครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือน รวมถึงที่อยู่อาศัยบางส่วนที่ไม่มีทะเบียนบ้าน เพื่อจำกัดภาระของภาครัฐไว้ไม่เกินปีละ 15,500 ล้านบาท ส่วนความเสี่ยงที่เหลือจะบริหารจัดการผ่านสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และบริษัทประกันภัย
นายภราดร ยังชี้แจงถึงข้อสังเกตของสมาชิกสภา เรื่องการกำหนดให้งบกลางร้อยละ 60 เป็นรายจ่ายลงทุน ว่าเป็นการอ้างอิงสถิติการใช้งบกลางย้อนหลังระหว่างปีงบประมาณ 2563-2568 เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้แน่นอนว่างบกลางในแต่ละปีจะถูกนำไปใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในสัดส่วนเท่าใด ส่วนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มจาก 5,000 ล้านบาทในปี 2569 เป็น 9,000 ล้านบาทในปี 2570 โดยคณะกรรมาธิการเห็นว่า กยศ. ควรเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร การจัดเก็บ และติดตามหนี้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางการเงิน หากดำเนินการเต็มประสิทธิภาพแล้วยังมีงบประมาณไม่เพียงพอ สามารถเสนอขอรับการสนับสนุนจากงบกลางได้
นายภราดร ยังกล่าวถึงเงินช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ว่าภาครัฐมีภาระค้างชำระจากปีการผลิตที่ผ่านมาอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) มีมติขอใช้งบกลาง และอยู่ระหว่างเตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณา
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง