นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน (ปชน.) และรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ รับหนังสือจากนายสมบูรณ์ สิงกิ่ง ผู้แทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ขอให้ตรวจสอบกระบวนการสรรหาคณะกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ชุดใหม่ รวมถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการ พอช. ของคณะกรรมการบริหารชุดรักษาการ
นายสมบูรณ์ กล่าวว่า มีความกังวลต่อกระบวนการสรรหา เนื่องจากเห็นว่าการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนลดลง และตั้งข้อสังเกตว่าขั้นตอนบางส่วนอาจเร่งรีบและไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้ง พอช. รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงการใช้หลักเกณฑ์และมติคณะรัฐมนตรีในช่วงเปลี่ยนผ่าน คุณสมบัติของประธานคณะกรรมการสรรหา และกระบวนการได้มาของคณะกรรมการสรรหา 5 คน ว่าเปิดเผยและเปิดโอกาสให้เครือข่ายองค์กรชุมชนมีส่วนร่วมอย่างเพียงพอหรือไม่ สหพันธ์ฯ ตั้งข้อสังเกตถึงขั้นตอนการเปิดรับสมัคร ซึ่งช่วงแรกมีการแจ้งว่าสามารถสมัครผ่านไลน์ได้ ก่อนเปลี่ยนเป็นการสมัครผ่านเว็บไซต์ พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบวิธีการคัดเลือกคณะกรรมการสรรหาทั้ง 5 คน รวมถึงการส่งรายชื่อบุคคลดังกล่าวไปยังเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบหรือไม่
นางสาวพนิดา กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า แนวทางการดำเนินงานแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกเป็นการขับเคลื่อนผ่านกลไกของรัฐสภา เนื่องจาก พอช. มีสถานะเป็นองค์การมหาชน จึงอยู่ภายใต้ขอบข่ายอำนาจการตรวจสอบของคณะ กมธ.กิจการศาลฯ โดยได้นำเรื่องหารือกับนายสัญญา นิลสุพรรณ ประธานกมธ. แล้ว ขณะเดียวกัน คณะ กมธ.การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ได้บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (8 ก.ย. 69) และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงแล้ว เนื่องจากระเบียบข้อบังคับของรัฐสภาจะไม่มีการพิจารณาเรื่องซ้ำซ้อนกัน คณะ กมธ.กิจการศาลฯ จึงประสานขอเข้าร่วมการประชุมกับคณะ กมธ.การสวัสดิการสังคมในวันพรุ่งนี้ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน หากพบว่ายังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบลึกถึงการบริหารจัดการภายในขององค์การมหาชน คณะ กมธ.กิจการศาลฯ จะรับช่วงต่อเพื่อตั้งวาระการศึกษาอย่างละเอียดต่อไป
นอกจากนี้ นางสาวพนิดา กล่าวว่าในฐานะ สส.พรรคประชาชน และตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ เห็นว่า พอช. มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายด้านที่อยู่อาศัยเพื่อกลุ่มเปราะบาง และขับเคลื่อนโครงการของรัฐ เช่น โครงการบ้านมั่นคง ดังนั้น เมื่อประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติงานหรือการคัดเลือกบุคลากรที่จะเข้ามาบริหารหน่วยงาน จึงจำเป็นต้องติดตามและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกกระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่มีการแทรกแซง หรือปิดกั้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง