นายซูการ์โน มะทา สส.จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในการพิจารณาวาระ 2 ของสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 20 งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย 2.2 แสนล้านบาท โดยเสนอปรับลดงบประมาณ 1.8% พร้อมย้ำว่าไม่ได้หมายความว่าไม่ให้ความสำคัญกับกระทรวงมหาดไทย แต่ต้องการให้คณะกรรมาธิการฯ พิจารณาในส่วนที่ต้องการเห็นความเจริญก้าวหน้าต่อไป
นายซูการ์โน กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีกรมที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก โดยกรมการปกครองมุ่งเน้นเรื่องการปราบปรามยาเสพติด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเน้นการกระจายอำนาจ กรมโยธาธิการและผังเมืองดูแลเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเน้นการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีโครงข่ายเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ และหมู่บ้าน ดังนั้นเมื่อมีงบประมาณจำนวนมาก จึงต้องตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่าและผลสัมฤทธิ์ของการจัดสรรงบประมาณ พร้อมระบุว่า งบประมาณบางส่วนยังไม่สะท้อนปัญหาเร่งด่วนและความต้องการของประชาชน หลายพื้นที่ยังประสบปัญหาถนนชำรุด ไม่มีโฉนดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ขาดไฟฟ้าใช้ในครัวเรือน และยังไม่มีน้ำประปาสะอาดปลอดภัยสำหรับการบริโภค ซึ่งสะท้อนว่ายังมีประชาชนที่ยากจนและลำบากอยู่ ส่วนปัญหายาเสพติด นายซูการ์โน กล่าวว่า เป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จึงต้องการเห็นกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระทรวงเป็นสีขาวและคนในกระทรวงปลอดจากการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเป็นความมุ่งหวังของประชาชนที่ต้องการให้ลูกหลานปลอดภัยและห่างไกลจากยาเสพติด
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรมโยธาธิการและผังเมืองว่า จังหวัดที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงมักมีปัญหาถนนหนทางและที่ดินริมแม่น้ำพังทลาย จึงต้องสนับสนุนและผลักดันการก่อสร้างตะลิ่งป้องกันตลิ่งพัง พร้อมขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การประปาส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บูรณาการทำงานร่วมกับหลายกระทรวง โดยยกตัวอย่างพื้นที่อำเภอกาบังและอำเภอยะหา จังหวัดยะลา ที่ประชาชนบางพื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้
ด้าน นายบูรฮันธ์ สะเม๊าะ สส.ปัตตานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของงบกระทรวงมหาดไทยในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า รู้สึกอบอุ่นและยินดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นห่วงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งปัญหาดำเนินมายาวนานกว่า 20 ปี รัฐบาลใช้งบประมาณ กำลังคน และทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการพัฒนา
นายบูรฮันธ์ ตั้งคำถามว่า งบประมาณที่ใช้ไปในแต่ละปีทำให้สถานการณ์ดีขึ้นมากน้อยเพียงใด และช่วยให้สถานการณ์เข้าใกล้ภาวะปกติมากขึ้นหรือไม่ พร้อมกล่าวว่า จากการลงพื้นที่และพูดคุยกับประชาชน สิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียงความปลอดภัย แต่ต้องการชีวิตที่เป็นปกติ ต้องการทำมาหากิน มีงานให้ลูกหลาน ร้านค้าสามารถเปิดได้ สามารถเดินทางได้ การท่องเที่ยวไม่ติดขัด และมีอนาคตในบ้านเกิดของตนเอง ทั้งนี้ เห็นว่ากระทรวงมหาดไทยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหา เพราะมีกลไกฝ่ายปกครองที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด และต้องการให้งบประมาณที่ใช้ไปทำให้กลไกของรัฐมีความเข้มแข็งขึ้น
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง