7 ก.ย. 69 - ประธานวิปรัฐบาล รับหนังสือจากผู้แทนเครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทย ขอสภาผู้แทนราษฎรเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน หวังยับยั้งความรุนแรงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

image

         นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยนายนิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ ภท. รับหนังสือจาก ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้แทนเครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทย และนางสาวอังคณา อินทสา ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เพื่อเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรเร่งพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ฉบับที่เสนอโดยภาคประชาชน

          ดร.วราภรณ์ กล่าวว่า เครือข่ายฯ จัดทำร่างกฎหมายฉบับภาคประชาชน โดยมีประชาชนร่วมเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมาย 23,989 คน และยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2568 ก่อนได้รับการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 ขณะที่คณะรัฐมนตรีและพรรคการเมืองต่าง ๆ ได้เสนอร่างกฎหมายในประเด็นดังกล่าวเช่นกัน จึงเห็นควรให้สภาผู้แทนราษฎรเร่งพิจารณาร่างกฎหมายโดยเร็ว

          ดร.วราภรณ์ ระบุด้วยว่า กฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เนื่องจากเน้นการไกล่เกลี่ยและให้คู่กรณียอมความ มากกว่าการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้เสียหายและการดำเนินการกับผู้กระทำความรุนแรง จึงขอให้วิปรัฐบาลผลักดันร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว และขอให้พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะ ภท. สนับสนุนร่างฉบับภาคประชาชน

          ด้านนางสาวอังคณา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งในด้านจำนวนเหตุการณ์และระดับความรุนแรง โดยข้อมูลของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พบว่า ปี พ.ศ. 2568 มีข่าวความรุนแรงในครอบครัว 1,021 ข่าว ในจำนวนนี้เป็นกรณีฆ่ากัน 383 ข่าว หรือร้อยละ 37.51 ขณะที่ความรุนแรงจากแฟนหรือคู่รักคิดเป็นร้อยละ 25.53 จึงเห็นว่าการมีกฎหมายที่มีประสิทธิภาพและสามารถบังคับใช้ได้จริง จะช่วยป้องกันและหยุดยั้งความรุนแรงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมายฉบับภาคประชาชน และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนที่ทำงานด้านนี้เข้ามามีส่วนร่วมในชั้นกรรมาธิการ

          ขณะที่นายกรวีร์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า วิปรัฐบาลได้หารือและให้ความสำคัญกับร่างกฎหมายดังกล่าว โดยหลายพรรคการเมืองเห็นตรงกันว่า การออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของคนในครอบครัวและยุติความรุนแรง เป็นเรื่องสำคัญที่ควรผลักดันให้เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวอยู่ในระเบียบวาระค้างของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และวิปรัฐบาลจะนำไปหารือเพื่อจัดลำดับวาระและผลักดันเข้าสู่การพิจารณาโดยเร็วที่สุด พร้อมชื่นชมภาคประชาชนที่ร่วมผลักดันกฎหมายเพื่อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ