นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทยว่า ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกในการแก้ไขปัญหาที่ฝ่ายนิติบัญญัติร่วมมือกับฝ่ายบริหารเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด และเป็นการปลุกระดมสังคมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้ปฏิบัติ โดยฝ่ายนโยบาย ได้มีการต่อสู้กับปัญหาเรื่องยาเสพติดมาเป็นระยะเวลาสามปีแล้ว และได้ข้อสรุปจากกระบวนการแก้ไขปัญหายาเสพติด มี 4 กระบวนการ ได้แก่ กระบวนการการป้องกัน ไม่ให้เกิดการเสพและเสพซ้ำ การบําบัดและฟื้นฟู การปราบปราม ตลอดจนการแก้ไขกฎหมาย โดยในวันนี้กระบวนการในการป้องกัน ได้มอบให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพหลัก ส่วนกระบวนการบำบัดฟื้นฟู ให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพหลัก สำหรับกระบวนการสนับสนุนในเรื่องการปราบปราม จะเพิ่มมิติของกฎหมาย โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับกระทรวงกลาโหมในการปราบปรามยาเสพติดในครั้งนี้ด้วย
ซึ่งในวันนี้จะเริ่มจากการแก้ไขกฎหมาย โดยจะนำกฎหมายทั้งหมดที่คณะทำงานได้พิจารณามาให้ฝ่ายบริหารได้พิจารณาตรวจสอบความครบถ้วน เพื่อนําไปสู่การยกร่าง ซึ่งเราจะผลักดันกฎหมายเหล่านี้ให้แล้วเสร็จ ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาในสมัยประชุมหน้า ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน เนื่องจากปัญหายาเสพติดในขณะนี้เป็นปัญหาที่มีความรุนแรงมาก โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการผลักดันการแก้ปัญหาในครั้งนี้ จะเป็นอีกมิติหนึ่ง หากประสบความสำเร็จ และนําไปสู่การเป็นโครงการนําร่องในการแก้ปัญหาในต่างประเทศ และที่อื่น ๆ ด้วย โดยจะเป็นการปรับปรุงกฎหมายยาเสพติดด้วยการนำร่างกฎหมายฉบับเดียว แก้กฎหมายหลายฉบับ เพื่อเป็นการบูรณาการร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น หน้าที่และอำนาจต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลผู้ป่วยและผู้เสพ ทุกอย่างจะถูกหยิบยกกันขึ้นมาหารือในวันนี้
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการติดตามปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ว่า ได้มีการพัฒนาการแก้ปัญหายาเสพติดในรูปแบบคืนคนดีสู่ชุมชน เน้นการฝึกอาชีพ เพื่อสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ทำการบําบัด เพราะในวันนี้สำนักงบประมาณได้เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาด้วย ทั้งนี้ ในปี 2571 จะมีการจัดงบประมาณในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันด้วย โดยล่าสุดฝ่ายนิติบัญญัติ ได้มีการสุ่มตรวจสารเสพติดของตำรวจรัฐสภา เบื้องต้นพบสารมอร์ฟีน และได้รับการชี้แจงว่า เป็นผลจากการทานยารักษาโรค และจากนี้จะมีการสุ่มตรวจปัสสาวะของพนักงานจ้างเหมาบริการของสภา โดยเชื่อว่า สส. ไม่มีใครยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างแน่นอน จึงไม่จำเป็นต้องตรวจ สำหรับการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 7 - 8 กกรกฎาคม นี้ จะเป็นการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเบื้องต้นวางแนวทางไว้ตามนี้ก่อน และหากสามารถปรับเปลี่ยนให้เร็วขึ้นได้ก็อาจมีการปรับไปตามสถานการณ์
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ข้อมูล / ภาพ