22 มิ.ย. 69 - รองประธานอนุ กมธ.ดิจิทัลฯ ทวงถามเอกสารสัญญาจ้าง TOR โครงการ TH-AI Passport หลังภาคเอกชนห่วงการใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า และกังวลประเด็นความปลอดภัยของข้อมูล พร้อมเสนอปรับโมเดลโครงการให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมไทยอย่างแท้จริง

image

          นางการดี เลียวไพโรจน์ รองประธานอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันดิจิทัลไทย ในคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร แถลงประเด็นการรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชนในการดำเนินโครงการ TH-AI Passport
          นางการดี กล่าวว่า ได้ถามหาเอกสารสำคัญจากคณะกรรมาธิการเพื่อร่วมตรวจสอบโครงการ ทั้งสัญญาจ้าง แต่ได้เพียงใบปะหน้า 1 หน้า จึงอยากเรียกร้องให้เปิดเผยเอกสารเพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมตรวจสอบ จะเป็นประโยชน์มากกว่านี้ เอกสารชิ้นที่ 2 คือแผนงานทั้งหมดหรือรายงานงวดที่หนึ่ง ที่น่าจะมีการรับส่งจากผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้างแล้ว และเอกสารที่ 3 คือ รายชื่อคณะกรรมการตรวจรับทั้งหมด ซึ่งจะขอทวงถามโดยใช้กลไกของคณะกรรมาธิการ รวมทั้งรายชื่อผู้ที่ร่าง TOR ฉบับนี้ โดยต้องการสะท้อนความกังวลว่า โครงการนี้ควรจะดำเนินต่อไปอย่างไร เพื่อให้แน่ใจทั้งในเรื่องความเชี่ยวชาญ ความโปร่งใส และความเป็นอิสระต่อการตัดสินใจ
          คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชน จากผู้เชี่ยวชาญ  สมาคมวิชาชีพ ผู้ประกอบการเทคโนโลยี นักพัฒนา AI ผู้แทนภาคธุรกิจ และผู้มีประสบการณ์ด้านนโยบายดิจิทัล รวม 16 สมาคม 1 สภา มาร่วมพูดคุย 
          สาระสำคัญยืนยันว่า ในฐานะผู้ที่อยู่ในวงการเทคโนโลยี มีผู้เชี่ยวชาญไม่ขัดขวางการใช้ AI เห็นด้วยที่จะยกระดับทักษะการใช้ AI ในประเทศไทย และเห็นด้วยว่าประเทศไทยต้องมีการยกระดับอุตสาหกรรม AI เพื่อเป็นต้นทางไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ แต่สิ่งที่ไม่สบายใจคือกระบวนการความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการที่เกิดขึ้นในเรื่องสัญญา ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ แม้ไม่เห็นด้วยในกระบวนการในเนื้อหาที่อยู่ใน TOR จึงขอแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดบนพื้นฐานสำคัญคือความโปร่งใสและคุ้มค่า ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ จะจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการการสื่อสารฯ ในวันพฤหัสบดีนี้
          สำหรับข้อเสนอแนะมี 4 ประเด็น ได้แก่ ภาพใหญ่ของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ AI มีทิศทางเป็นอย่างไร โครงการนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ ประเด็นที่สอง การจัดทำกระบวนการของโครงการเพื่อให้โครงการได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งถือว่าได้รับข้อเสนอแนะเป็นจำนวนมาก เช่น เปลี่ยนวิธีการทำ แทนที่จะเป็นการใช้เงินข้างนอกเปลี่ยนเป็นช่วง เช่น สามเดือนแรกควรมีวิธีคิดวิธีการเพื่อให้ยูเซอร์ลำดับสำคัญมาก่อน สร้างผู้สร้าง AI ที่ดีที่เก่ง และในขณะเดียวกันการสร้างผู้ใช้ที่รู้เท่าทัน AI ได้อย่างดี ประเด็นที่สาม การใช้งานหรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความต้องการหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่ทั้งมีศักยภาพและต้องการการช่วยเหลือในการเปลี่ยนผ่านยุค AI เช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว SME หรือ SME ทางด้านแพทย์แผนไทย การเกษตร ภาครัฐ ทั้งหมดที่นำเสนอเพื่อให้เกิดการตรวจสอบอย่างละเอียดในกระบวนการที่กำลังจะเกิดขึ้นในโครงการนี้ และที่สำคัญจะนำเสนอกับทางคณะกรรมาธิการฯ ว่าควรจะตั้งคณะอนุกรรมาธิการติดตามโครงการ TH-AI Passport เนื่องจากต้องการให้มั่นใจว่าคณะกรรมการตรวจรับมีความเชี่ยวชาญมากเพียงพอ มีความเป็นอิสระ สามารถตัดสินโครงการนี้ได้อย่างโปร่งใส หากจะทำให้โครงการนี้คุ้มค่าที่สุดจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และมีความกังวลว่าเรื่องการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล และประเด็นที่สี่ เรื่องตัวชี้วัด รัฐจะต้องมีตัวชี้วัดตั้งแต่ก่อนและหลังโครงการอย่างไร จึงจะเรียกได้ว่าคุ้มค่ามากที่สุด

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ